หนังสือ

h27

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์

h22

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ (อังกฤษ: Harry Potter and the Philosopher’s Stone) เป็นนวนิยายเล่มแรกในชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ และนวนิยายประเดิมของเจ. เค. โรว์ลิงโครงเรื่องติดตามแฮร์รี่ พอตเตอร์ พ่อมดหนุ่มผู้ค้นพบมรดกเวทมนตร์ของเขา พร้อมกับสร้างเพื่อนสนิทและศัตรูจำนวนหนึ่งในปีแรกที่โรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ ด้วยความช่วยเหลือของมิตร แฮร์รี่เผชิญกับความพยายามหวนคืนของพ่อมดมืด ลอร์ดโวลเดอมอร์ ซึ่งฆ่าบิดามารดาของแฮร์รี่ แต่ไม่สามารถฆ่าเขาได้เมื่ออายุหนึ่งขวบ

บลูมส์บิวรีในกรุงลอนดอนจัดพิมพ์หนังสือดังกล่าวเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2540 ในปี 2541 บริษัทสกอลาสติกจัดพิมพ์ฉบับสำหรับตลาดสหรัฐอเมริกาภายใต้ชื่อเรื่อง Harry Potter and the Sorcerer’s Stone นวนิยายดังกล่าวชนะรางวัลหนังสืออังกฤษส่วนใหญ่ซึ่งตัดสินโดยเด็ก และรางวัลอื่นในสหรัฐอเมริกา หนังสือนี้แตะอันดับ 1 รายการบันเทิงคดีขายดีของนิวยอร์กไทมส์ ในเดือนสิงหาคม 2542 และอยู่ใกล้อันดับ 1 เป็นส่วนใหญ่ของปี 2542 และ 2543 มีการแปลเป็นภาษาอื่นอีกหลายภาษา และมีการสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อเดียวกัน

บทปริทัศน์ส่วนใหญ่ชื่นชอบมาก โดยออกความเห็นต่อจินตนาการ ความขบขัน ความเรียบง่าย ลีลาตรงไปตรงมาและการสร้างโครงเรื่องที่ฉลาดของโรว์ลิง แม้บ้างติว่า บทท้าย ๆ ดูรวบรัด มีการเปรียบเทียบงานนี้กับงานของเจน ออสเตน ซึ่งเป็นผู้ประพันธ์คนโปรดคนหนึ่งของโรว์ลิง หรือโรอาลด์ ดาห์ล ซึ่งงานของเขาครอบงำเรื่องสำหรับเด็กก่อนมีแฮร์รี่ พอตเตอร์ และโฮเมอร์ นักเล่านิยายกรีกโบราณ แม้นักวิจารณ์บางส่วนคิดว่า หนังสือนี้ดูย้อนกลับไปเรื่องโรงเรียนกินนอนสมัยวิกตอเรียและเอ็ดเวิร์ด แต่นักวิจารณ์อื่น ๆ คิดว่า หนังสือนี้วางประเภทอยู่ในโลกสมัยใหม่อย่างแนบแน่นโดยมีลักษณะประเด็นจริยธรรมและสังคมร่วมสมัย

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ ร่วมกับที่เหลือของชุดถูกกลุ่มศาสนาหลายกลุ่มโจมตีและห้ามในบางประเทศเพราะกล่าวหาว่านวนิยายนี้ส่งเสริมเวทมนตร์คาถา แต่นักวิจารณ์คริสตศาสนิกบางคนเขียนว่า หนังสือนี้ยกตัวอย่างมุมมองที่สำคัญของศาสนาคริสต์หลายอย่าง ซึ่งรวมอำนาจของการสละตนเองและวิธีซึ่งการตัดสินใจของบุคคลก่อเป็นบุคลิกภาพของเขา นักการศึกษาถือว่า แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ และหนังสือตามมาเป็นตัวช่วยพัฒนาการรู้หนังสือที่สำคัญเพราะความนิยม นอกจากนี้ ยังใช้หนังสือชุดนี้เป็นแหล่งตัวอย่างในเทคนิคการศึกษา การวิเคราะห์สังคมวิทยาและการตลาด

………………………………………………………………………………………………………..

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ

h23

คือหนังสือเล่มที่สองของหนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่แต่งโดย เจ. เค. โรว์ลิ่ง และแปลโดย สุมาลี (สุมาลี บำรุงสุข) ตีพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยโดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ตีพิมพ์และวางจำหน่ายเป็นฉบับภาษาอังกฤษครั้งแรกในปี พ.ศ. 2541 และฉบับภาษาไทยในเดือนกันยายน พ.ศ. 2543

หนังสือเล่มนี้ดำเนินเรื่องต่อจากหนังสือเล่มแรกของชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์

แฮร์รี่ใช้เวลาอีกฤดูร้อนหนึ่งอันเป็นทุกข์กับครอบครัวเดียวที่เขาเหลืออยู่ คือ ครอบครัวเดอร์สลีย์ ระหว่างงานเลี้ยงอาหารเย็นที่ป้าและลุงของแฮร์รี่จัด ด๊อบบี้ เอลฟ์ประจำบ้าน หายตัวเข้าห้องนอนของแฮร์รี่ เพื่อเตือนเขาว่าหากเขากลับฮอกวอตส์ จะเกิดสิ่งเลวร้าย แฮร์รี่เพิกเฉยคำเตือนนั้น และเพื่อประกันว่าแฮร์รี่จะไม่กลับไปฮอกวอตส์ ด๊อบบี้จึงสร้างความเสียหายในห้องครัว ทำให้ครอบครัวเดอร์สบชลีย์โกรธและจับแฮร์รี่ขังไว้ รอน วีสลีย์ เพื่อนของเขา และเฟรดและจอร์จ พี่ชายของรอน ช่วยเขาไว้ในรถยนต์บินได้ และใช้ฤดูร้อนอยู่บ้านวีสลีย์

หลังเดินทางด้วยผงฟลูเป็นครั้งแรก แฮร์รี่บังเอิญไปโผล่ที่ตรอกน็อกเทิร์น ส่วนศาสตร์มืดของตรอกไดแอกอน โชคดีที่เขาเจอแฮกริด ผู้ดูแลสัตว์ของฮอกวอตส์ เพื่อนของเขา ซึ่งไปที่นั่นเพื่อซื้อยาไล่ทากกินเนื้อ ผู้นำทางเขากลับตรอกไดแอกอนเพื่อซื้ออุปกรณ์การเรียนอย่างปลอดภัย ร่วมกับครอบครัววีสลีย์และเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ เพื่อนสนิทของเขาอีกคนหนึ่ง แฮร์รี่พบกิลเดอรอย ล็อกฮาร์ต พ่อมดผู้ยึดตัวเป็นศูนย์กลางและแสวงชื่อเสียงสำหรับจัดการกับสิ่งมีชีวิตมืดนานาชนิด ซึ่งเปิดเผยว่าจะเป็นอาจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่ที่ฮอกวอตส์ ไม่นานหลังเจอล็อกฮาร์ต กลุ่มไปเผชิญกับอริของแฮร์รี่ เดรโก มัลฟอย และลูเซียส บิดา

เมื่อเริ่มปีการศึกษษ ครอบครัววีสลีย์แยกกับแฮร์รี่ที่คิงส์ครอส แต่เมื่อพวกเขามาถึง แฮร์รี่และรอนไม่สามารถผ่านทางเข้าลับที่ชานชาลาที่ 9 ¾ อย่างอธิบายไม่ได้ ฉะนั้นทั้งสองจึงตัดสินใจขับรถบินได้ของครอบครัววีสลีย์ไปฮอกวอตส์แทน เกิดอันตรายเมื่อรอนเสียการควบคุมรถ ทำให้ร่วงจากฟ้าสู่ต้นวิลโลว์จอมหวด ไม้ต้นที่ทำร้ายทุกคนที่เข้าใกล้ รอนและแฮร์รี่หลบหนีจากไม้ต้นนั้นได้ แต่ไม้กายสิทธิ์ของรอนหัก และรถ ซึ่งเผยตัวเองว่ามีความรู้สึกอยู่ระดับกนึ่ง ขับออกไปในป่าต้องห้าม จากนั้นพวกเขารายงานต่อสำนักงานของศาสตราจารย์มักกอนนากัล และได้รับโทษกักบริเวณ วันรุ่งขึ้น รอนได้รับจดหมายกัมปนาทจากมารดา มอลลี่ วีสลีย์ โดยขู่ว่าจะส่งเขากลับบ้านหากล้ำเส้นอีกครั้ง

กลายเป็นว่าล็อกฮาร์ตเป็นอาจารย์ที่ไม่ได้ความ สนใจกับความมีชื่อเสียงส่วนตัวมากกว่าการสอน ในวันฮาโลวีน คุณนายนอร์ริส แมวของภารโรงประจำโรงเรียนถูกพบว่ากลายเป็นหิน บนกำแพงใกล้ ๆ มีสารว่า “ห้องแห่งความลับเปิดแล้ว ศัตรูแห่งทายาทพึงระวัง” แฮร์รี่ รอนและเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์พบว่าซาลาซาร์ สลิธีริน ผู้ก่อตั้งฮอกวอตส์คนหนึ่ง สร้างห้องแห่งความลับอย่างลับ ๆ ซึ่งลือกันว่ามีสัตว์ประหลาดที่ทายาทของสลิธีรินเท่านั้นที่สามารถควบคุมได้ สลิธีรินไม่เห็นชอบมดที่มีบิดามารดาเป็นมักเกิลได้รับอนุญาตให้เข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ และกล่าวกันว่าสร้างห้องนั้นไว้เพื่อวันหนึ่งทายาทของเขาจะกำจัดคนเหล่านี้ให้หมดจากโรงเรียน

ทั้งสามสงสัยว่าอริของแฮร์รี่ เดรโก มัลฟอย เป็นทายาทแห่งสลิธีริน จึงใช้เวลาหนึ่งเดือนทำน้ำยาสรรพรส เป็นเครื่องดื่มซึ่งทำให้พวกเขาดูเหมือนคนอื่นชั่วระยะหนึ่ง ห้องปฏิบัติการของเขาอยู่ในห้องน้ำที่มีผีเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญสิง

ระหว่างควิดดิชเกมหนึ่ง แขนของแฮร์รี่ถูกลูกบลัดเจอร์ที่ควบคุมไม่ได้ทำหัก ล็อกฮาร์ตอาสารักษากระดูกหักแต่กลายเป็นเอากระดูกออกแทน คืนนั้น ขณะแฮร์รี่นอนอยู่ในเตียงห้องพยาบาล ด็อบบี้มาปรากฏและรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่ชานชาลาและลูกบลัดเจอร์ที่ควบคุมไม่ได้นั้น โดยปรารถนาป้องกันมิให้แฮร์รี่เข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ เขาขอร้องแฮร์รี่ให้ออกจากฮอกวอตส์ ยืนยันว่าเขาตกอยู่ในอันตราย และแย้มว่าห้องแห่งความลับเคยเปิดมาแล้ว ไม่นาน คอลิน ครีฟวีย์ นักเรียนปีหนึ่ง ถูกโจมตีหลังแอบมาเยี่ยมแฮร์รี่และกลายเป็นหิน

………………………………………………………………………………………………………..

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน

h24

โครงเรื่องโดยรวม 

เรื่องเริ่มต้นที่แฮร์รี่ซึ่งต้องใช้เวลาช่วงปิดภาคเรียนอยู่ที่บ้านเดอร์สลีย์เช่นเดียวกับปีที่ผ่านๆ มา ได้เห็นข่าวเกี่ยวกับนักโทษแหกคุกคนหนึ่งชื่อ ซิเรียส แบล็ก เมื่อป้ามาร์จพี่สาวของลุงเวอร์นอนมาเยี่ยมครอบครัวเดอร์สลีย์ และพูดจาถากถางดูถูกแฮร์รี่และพ่อแม่ แฮร์รี่โกรธจัดจนทำให้ป้ามาร์จตัวพองขึ้นเรื่อยๆ และลอยหายไป ทำให้เขาต้องหนีออกจากบ้านเพราะรู้ว่าทำผิดกฎหมายในข้อหาใช้เวทมนตร์โดยอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ ที่ถนนนอกบ้าน เขาเห็นสุนัขสีดำตัวใหญ่เฝ้ามองเขาอยู่ แต่ทันใดนั้นรถเมล์อัศวินราตรีก็ปรากฏขึ้นและพาเขาไปส่งที่ตรอกไดแอกอน ระหว่างการเดินทาง แฮร์รี่เห็นข่าวในหนังสือพิมพ์ที่กล่าวถึงแบล็กว่าฆ่าคนถึงสิบสามคนด้วยคำสาปเดียว และเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนลอร์ดโวลเดอมอร์ แฮร์รี่ได้พบกับคอร์นีเลียส ฟัดจ์ รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ ซึ่งเขาคิดว่าตัวเองคงต้องถูกไล่ออกจากฮอกวอตส์แน่ๆ เพราะทำผิดกฎหมาย แต่การณ์กลับเป็นว่าไม่มีใครสนใจเรื่องนั้นอีก ที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว แฮร์รี่ได้ยินนายและนางวีสลีย์เถียงกันว่าน่าจะต้องเตือนเขาเกี่ยวกับแบล็กหรือไม่

เมื่อแฮร์รี่เริ่มเรียนชั้นปีที่สาม ที่ฮอกวอตส์มีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ เรื่องหนึ่งก็คือดูเหมือนว่าเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์มีวิชาเรียนทุกวิชา โดยบางวิชามีเวลาเรียนตรงกันด้วย นอกจากนี้ก็มีอาจารย์ใหม่มาสอนสองท่าน คือศาสตราจารย์รีมัส เจ.ลูปิน ซึ่งสอนวิชาป้องกันศาสตร์มืด และรูเบอัส แฮกริด สอนวิชาสัตว์วิเศษ การสอนของลูปินสนุกสนานมากในขณะที่ของแฮกริดออกจะน่าเบื่อ ในชั้นเรียนวันแรก เดรโก มัลฟอยเข้าไปแหย่ตัวฮิปโปกริฟ(สัตว์ครึ่งม้าครึ่งนก)ชื่อบัคบีกที่แฮกริดนำมาสอน จึงถูกบัคบีกทำร้าย ทำให้ลูเซียสพ่อของมัลฟอยผู้มีอิทธิพลอย่างสูงในกระทรวงและคณะผู้ปกครองของฮอกวอตส์ยื่นคำร้องให้ประหารบัคบีก

การที่แบล็กยังคงลอยนวลอยู่ ทำให้ทางกระทรวงส่งผู้คุมวิญญาณซึ่งเป็นผู้คุมนักโทษที่คุกอัซคาบัน มาคุ้มกันฮอกวอตส์ ผู้คุมวิญญาณทำให้ความสุขหมดสิ้นในทุกแห่งที่มันไปถึง ซึ่งส่งผลต่อแฮร์รี่เป็นอย่างมาก ตั้งแต่ที่เห็นมันเป็นครั้งแรกเมื่อตอนเปิดเทอมระหว่างนั่งรถไฟไปฮอกวอตส์ และมันทำให้เขาถึงกับหมดสติไป ศาสตราจารย์ลูปินจึงสอนคาถาผู้พิทักษ์ซึ่งสามารถไล่ผู้คุมวิญญาณไปได้ให้แก่แฮร์รี่ ในการแข่งขันควิดดิช มีผู้คุมวิญญาณมากลุ้มรุมแฮร์รี่ ทำให้เขาหมดสติและหล่นจากไม้กวาด ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ช่วยเขาไว้ได้ แต่ไม้กวาดนิมบัส 2000 หลุดเข้าไปใกล้ต้นวิลโลว์จอมหวดและโดนหวดจนพังยับเยิน

ในช่วงเดียวกันนี้ เฮอร์ไมโอนีกับรอนก็มีเรื่องขัดแย้งกัน เพราะครุกแชงส์ แมวของเฮอร์ไมโอนีชอบไล่จับสแคบเบอร์หนูของรอน ช่วงคริสต์มาสมีคนส่งของขวัญเป็นไม้กวาดไฟร์โบลต์มาให้แฮร์รี่ เฮอร์ไมโอนีคิดว่าแบล็กเป็นคนส่งมาและอาจเป็นอันตราย จึงไปบอกศาสตราจารย์มักกอนนากัล ซึ่งยึดไม้กวาดไปตรวจสอบและส่งคืนให้แฮร์รี่ทันการแข่งขังควิดดิชครั้งต่อไปกับทีมเรเวนคลอ ซึ่งแฮรี่ได้ขอให้ ลูปินสอนคาถาผู้พิทักษ์ก่อนเกมการแข่ง แฮร์รี่กับรอนโกรธเฮอร์ไมโอนีมาก แต่เมื่อได้ไม้กวาดคืนก็พยายามขอคืนดี แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายเมื่อรอนพบว่าสแคบเบอร์หายไป และมีเลือดกับขนแมวเปื้อนผ้าปูที่นอน แล้วเฮอร์ไมโอนีไม่เชื่อว่าแมวของเธอเป็นต้นเหตุ

ก่อนคริสต์มาสเล็กน้อย ฮอกส์วอตส์มีการพานักเรียนไปเที่ยวฮอกส์มี้ดแต่ต้องได้รับคำอณุญาติจากพ่อแม่แฮรี่เลยไม่ได้ไป ฝาแฝดวีสลีย์จึงมอบแผนที่ตัวกวนให้แฮร์รี่ มันเป็นแผนที่ของฮอกวอตส์ซึ่งแสดงชื่อของคนและสัตว์ทั้งหมดที่เคลื่อนที่อยู่ภายในฮอกวอตส์ แฮร์รี่ใช้แผนที่นี้หาทางไปฮอกส์มี้ด แฮร์รี่ได้ฟังการสนทนาเกี่ยวกับแบล็กที่รบกวนจิตใจเขาเป็นอย่างมาก เพราะปรากฏว่าแบล็กเป็นเพื่อนรักของพ่อแม่ของเขาและเป็นพ่อทูนหัวของเขา แต่กลับบอกที่ซ่อนครอบครัวพอตเตอร์จนลอร์ดโวลเดอมอร์ตามมาพบและเป็นผู้ฆ่าปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ เพื่อนอีกคนหนึ่ง รวมทั้งมักเกิ้ลที่เห็นเหตุการณ์อีกสิบสามคนด้วย

ระหว่างที่แฮร์รี่คุยกับศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ เธอก็ตกอยู่ในห้วงภวังค์และทำนายว่าผู้รับใช้จอมมารจะกลับมาหาเขาในคืนนั้น ส่วนเฮอร์ไมโอนีก็พยายามช่วยแฮกริดเรื่องบัคบีก ซึ่งทำให้แฮร์รี่และรอนมาคืนดีด้วย การที่รอนเสนอตัวช่วยทำให้เธอดีใจจนเข้าไปกอดเขาและขอโทษเรื่องหนู เมื่อทั้งสามคนรู้ว่าบัคบีกต้องถูกสังหาร ก็พากันไปหาแฮกริดเพื่อปลอบใจ ระหว่างนั้นสแคบเบอร์โผล่ขึ้นมา และครุกแชงส์ไล่มันไปถึงต้นวิลโลว์จอมหวด ก็มีหมาใหญ่ก็กระโจนใส่รอนและลากเขากับสแคบเบอร์เข้าไปในโพรงแถวโคนต้นไม้ แฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนีตามเข้าไปพบว่าเป็นอุโมงค์ไปโผล่ที่เพิงโหยหวน ที่นั่นเอง แฮร์รี่ได้เผชิญหน้ากับซิเรียส แบล็ก ซึ่งเป็นแอะนิเมจัส สามารถแปลงร่างเป็นสุนัขได้ ลูปินซึ่งเห็นชื่อของทุกคนในแผนที่ตัวกวนก็ตามมาและตรงเข้าสวมกอดแบล็กเพื่อนเก่า พร้อมทั้งยอมรับที่เฮอร์ไมโอนีบอกว่าเขาเป็นมนุษย์หมาป่า และเล่าว่าพวกเขาสี่คน ลูปิน แบล็ก เพ็ตติกรูว์ และเจมส์ พอตเตอร์เป็นผู้ทำแผนที่ตัวกวนขึ้นมาเอง สองคนหลังก็เป็นแอะนิเมจัสเช่นกัน โดยแปลงร่างเป็นหนูและกวางตามลำดับ ลูปินและแบล็กอธิบายว่าสแคบเบอร์จริงๆ แล้วก็คือปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ ซึ่งรับใช้ลอร์ดโวลเดอมอร์และทรยศครอบครัวพอตเตอร์แล้วใส่ร้ายแบล็ก แฮร์รี่ยังสงสัยจนกระทั่งแบล็กและลูปินจัดการให้เพ็ตติกรูว์คืนร่างเป็นคนได้ แบล็กเล่าว่าเขาพบว่าเพ็ตติกรูว์ยังมีชีวิตอยู่จึงหนีออกจากคุกอัซคาบันเพื่อตามฆ่ามัน แบล็กและแฮร์รี่สนิทกันอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ทุกคนมุ่งหน้ากลับปราสาท พระจันทร์เต็มดวงขึ้นมาพอดี ทำให้ลูปินต้องกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่า และแบล็กกลายร่างเป็นหมาใหญ่เพื่อช่วยยับยั้งไม่ให้ลูปินทำอันตรายคน เพ็ตติกรูว์ก็ฉวยโอกาสหลบหนีไป ลูปินหนีไปได้ ส่วนแบล็กบาดเจ็บสาหัส และพวกผู้คุมวิญญาณก็จะเข้ามาจัดการ แฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนีเห็นบุคคลลึกลับผู้หนึ่งอยู่ไกลๆ เสกคาถาผู้พิทักษ์ออกมาเป็นกวาง ขับไล่พวกผู้คุมวิญญาณไปจนหมด แฮร์รี่เชื่อว่าคนคนนั้นต้องเป็นพ่อของเขาเพราะจำได้ว่าพ่อแปลงเป็นกวางได้ จากนั้นแบล็กก็ถูกจับกลับไปที่ปราสาทซึ่งพวกผู้คุมวิญญาณเตรียมจุมพิตดูดวิญญาณไว้รอเขาแล้ว(การจุ่มพิษของผู้คุมวิญญาณจะดูดวิญญานออกไปแต่ยังมีร่างอยู่ทำให้เหมือนตายทั้งเป็น)

ดัมเบิลดอร์พูดเป็นปริศนาว่าสองชีวิตจะรอดในคืนนั้น และหมุนสามรอบน่าจะใช้ได้ เฮอร์ไมโอนีจึงเผยความลับกับแฮร์รี่ว่าเธอมีนาฬิกาย้อนเวลาซึ่งทำให้เข้าเรียนได้ทุกวิชา ทั้งสองพากันย้อนเวลากลับไปสามชั่วโมง เฝ้าดูพวกตัวเองจนถึงเวลาเหมาะจึงเข้าไปปล่อยบัคบีก และกลับไปที่วิลโลว์จอมหวด ขณะที่ผู้คุมวิญญาณกำลังจะจัดการแฮร์รี่และแบล็ก”อีกคู่หนึ่ง” แฮร์รี่ก็รอให้พ่อของเขาปรากฏตัว และแล้วเขาก็ตระหนักว่าบุคคลลึกลับผู้นั้นคือตัวเขาเอง จึงเสกคาถาผู้พิทักษ์ออกมาขับไล่พวกผู้คุมวิญญาณไป จากนั้นทั้งคู่ก็ขโมยบัคบีคออกมาจากหน้ากระท่อมของแฮกริดทำให้บัคบีครอดตายและขี่บัคบีกกลับไปปราสาท และให้แบล็กขี่บัคบีกหนีไป แล้วสองคนก็กลับมาที่เดิมทันเวลาพอดี แฮร์รี่ผิดหวังมากที่ไม่สามารถไปอยู่กับพ่อทูนหัวได้ แต่ก็รู้สึกดีที่รู้ว่าแบล็กปลอดภัย แถมยังถือโอกาสขู่ลุงเวอร์นอนได้ด้วยว่า หากแฮร์รี่ฟ้องว่าลุงใจร้ายกับเขา พ่อทูนหัวซึ่งเป็นฆาตกรโหดย่อมไม่ลังเลที่จะลงมือจัดการลุงเวอร์นอนอย่างแน่นอน

………………………………………………………………………………………………………..

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี

h25

หน้าร้อนของแฮร์รี่และควิดดิชเวิลด์คั

เนื้อเรื่องตอนนี้เริ่มต้นที่ความฝันของแฮร์รี่ พอตเตอร์ โดยเห็นในความฝันว่าลอร์ดโวลเดอมอร์ได้พบกับลูกสมุนของเขาซึ่งหนีจากเงื้อมมือของแฮร์รี่ (รวมถึงซิเรียสและลูปิน) ไปได้ในเล่มที่แล้วคือ “หางหนอน” หรือปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ หางหนอนได้รับสั่งจากโวลเดอมอร์ให้ลักพาตัวแฮร์รี่มา เพื่อจะกลับคืนสู่อำนาจอีกครั้ง ในฝันแฮร์รี่ยังเห็นลอร์ดโวลเดอมอร์ฆาตกรรมชายแก่มักเกิ้ลผู้โชคร้ายที่บังเอิญไปแอบได้ยินแผนการนี้เข้า แฮร์รี่สะดุ้งตื่นขึ้นพร้อมกับปวดแสบปวดร้อนที่แผลเป็นรูปสายฟ้ากลางหน้าผากของเขา แฮร์รี่กังวลเกี่ยวกับสิ่งที่ฝันเห็นและการเจ็บของแผลเป็นอีกครั้งแต่ก็ไม่อยากส่งข่าวไปบอกซิเรียส แบล็ก พ่อทูนหัวของเขาซึ่งกำลังซ่อนตัวอยู่เพราะกลัวว่าซิเรียสจะเป็นห่วงจนเสี่ยงกลับมาหาตน

ปิดเทอมฤดูร้อนนี้ครอบครัววีสลีย์มารับแฮร์รี่จากบ้านของพวกเดอร์สลีย์ในซอยพรีเว็ตไปเพื่อไปชมการแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพ ซึ่งอังกฤษเป็นเจ้าภาพในปีนั้น การแข่งขันชิงแชมป์ระหว่างไอร์แลนด์และบัลแกเรีย เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจโดยเฉพาะในตัวผู้เล่นซีกเกอร์ของบัลแกเรีย วิกเตอร์ ครัม หลังการแข่งขันจบลงได้เกิดเหตุร้ายขึ้น มีกลุ่มอดีตผู้เสพความตายออกมาอาละวาดและโจมตีเจ้าของที่ดินผู้เป็นมักเกิ้ลแต่ต้องหนีไปในเวลาต่อมา เนื่องจากมีคนเสกตรามาร (สัญลักษณ์ของโวลเดอมอร์) พลอยทำให้ผู้ที่แตกตื่นอยู่แล้วตื่นตระหนกยิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่กระทรวงเวทมนตร์พบว่าผู้ถือไม้กายสิทธิ์คือ วิงกี้ เอลฟ์ประจำบ้านของบาร์ตี้ เคร้าช์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่ง วิงกี้ถูกจับพร้อมกับถือไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่ ซึ่งแฮร์รี่บอกว่าหล่นหายระหว่างชมการแข่งขัน ทำให้บาร์ตี้ เคร้าช์โกรธมากถึงกับไล่เอลฟ์ประจำบ้านของตนออก และทำให้เฮอร์ไมโอนี่เริ่มโครงการรณรงค์เพื่อสิทธิเอลฟ์

การเปิดปีการศึกษาใหม่ของฮอกวอตส์และการประลองเวทไตรภาคี

แฮร์รี่กลับมาเรียนชั้นปีที่สี่ที่ฮอกวอตส์ในปีการศึกษาใหม่(ปี 4) และพบว่าอาจารย์สอนวิชาการต่อสู้กับศาสตร์มืดคนใหม่คืออลาสเตอร์ มู้ดดี้ ชายแก่อดีตมือปราบมารซึ่งมีนิสัยบ้าบิ่นแปลกๆ และมีตาวิเศษที่สามารถมองทะลุได้ รวมถึงการที่เขาไม่ค่อยถูกกับสเนปเท่าไรนัก และดูจะเอ็นดูแฮร์รี่เป็นพิเศษจากการที่เขาช่วยแฮร์รี่ไว้หลายครั้งจากสเนปและพวกของมัลฟอยมู้ดดี้สอนให้นักเรียนให้รู้จักกับคำสาปโทษผิดสถานเดียวได้แก่ คำสาปกรีดแทง คำสาปสะกดใจและ คำสาปพิฆาตซึ่งผู้ใช้คำสาปเหล่านี้กับคนอื่นมีโทษสถานเดียวคือถูกจองจำที่คุกอัซคาบันตลอดชีวิต มู้ดดี้เป็นที่ชื่นชอบของนักเรียนมากจากวิธีการสอนที่ท้าทายของเขา

ในปีนี้ไม่มีการแข่งขันควิดดิชระหว่างบ้านแต่ได้มีการจัดการแข่งขันประลองเวทย์ไตรภาคีขึ้นมาอีกครั้งหลังจากระงับไปเป็นเวลานานเนื่องจากยอดการเสียชีวิตจากการแข่งขันสูงมาก การประลองเวทย์ไตรภาคีเป็นการแข่งขันระหว่างโรงเรียนเวทมนตร์คาถาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปสามโรงเรียนได้แก่ฮอกวอตส์, โบซ์บาตงและเดิร์มสแตรงก์ โดยผู้ที่จะเข้าแข่งขันจะต้องหย่อนชื่อของตนเองลงไปในถ้วยอัคนี ซึ่งจะดีดชื่อของตัวแทนโรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือก ตัวแทนของโบซ์บาตงคือ เฟลอร์ เดอลากูร์ สาวสวยเลือดผสมวีล่า ตัวแทนของเดิร์มสแตรงคือ วิกเตอร์ ครัม ซีกเกอร์ทีมชาติบัลแกเรียผู้เก่งกาจ และตัวแทนของฮอกวอตส์คือเซดริก ดิกกอรี่จากบ้านฮัฟเฟิลพัฟ เด็กหนุ่มหน้าตาดีและนิสัยดี และคนสุดท้ายคือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ซึ่งอายุไม่ถึงเกณฑ์และได้รับคัดเลือกด้วย ทำให้ทุกคนพากันคิดว่าเขาใช้กลโกงเพื่อให้ได้เป็นตัวแทน แม้แต่รอน วีสลีย์ เพื่อนรักที่สุดของแฮร์รี่ก็ไม่เว้น เพราะรอนมีปมในใจว่าตนมักจะถูกมองข้าม ไม่เป็นที่สนใจเหมือนแฮร์รี่ ทำให้ทั้งสองโกรธกันและไม่พูดกันเลยหลังจากนั้น แฮร์รี่ต้องหาหนทางผ่านภารกิจที่ต้องแข่งขันร่วมกับเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์เพื่อนสนิทที่เหลืออยู่ของเขา แฮร์รี่สังเกตเห็นโช แชงซีกเกอร์จากบ้านเรเวนคลอและแอบชอบเธออยู่

ภารกิจแรกปิดเป็นความลับเพื่อทดสอบความกล้าหาญของผู้เข้าแข่งขัน แต่แฮกริดแอบพาแฮร์รี่ไปดูว่าภารกิจแรกของตัวแทนคือการต่อสู้กับมังกรเพื่อชิงไข่ทองคำจากมันมา (ไข่ดังกล่าวอยู่รวมกับไข่มังกรจริงๆ ทำให้มังกรมีลักษณะดุร้ายเป็นพิเศษ) เช่นเดียวกับมาดามมักซีม อาจารย์ใหญ่แห่งวิทยาลัยโบซ์บาตง ไอกอร์ คาร์คารอฟ อาจารย์ใหญ่ของสถาบันเดิร์มสแตรงก์ก็รู้เห็นถึงภารกิจนี้เหมือนกัน แต่เขาลักลอบเข้าไปดู ทำให้แฮร์รี่ต้องไปบอกรายละเอียดของภารกิจแรกให้เซดริก ดิกกอรี่ด้วยเพราะคงเหลือเขาคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่ทราบถึงภารกิจ (ค่อนข้างแน่นอนว่าอาจารย์ใหญ่ของทั้งสองโรงเรียนจะต้องนำข้อมูลดังกล่าวไปบอกกับตัวแทนแน่นอน) แฮร์รี่ตกใจเมื่อศาสตราจารย์มู้ดดี้เรียกแฮร์รี่เข้าไปพบหลังจากเห็นแฮร์รี่ทำอย่างนั้น แต่ไม่ใช่เพื่ออบรม กลับชมแฮร์รี่ที่ทำเช่นนั้น นอกจากนั้นเขายังบอกใบ้วิธีให้แฮร์รี่ผ่านภารกิจแรกอีกด้วย ก่อนที่ภารกิจแรกจะเริ่มขึ้น ตัวแทนทั้งสี่จะต้อบจับฉลากหมายเลขที่แสดงถึงพันธุ์ของมังกรที่พวกเขาจะต้องสู้กับจากถุงผ้าไหม แฮร์รี่จับฉลากได้หมายเลขสี่ ซึ่งแทนพันธุ์ฮังการีหางหนาม พันธุ์ที่ว่ากันว่าอันตรายที่สุด ด้วยประสิทธิภาพของไม้กวาดไฟร์โบลต์ แฮร์รี่สามารถหลอกล่อมังกรและชิงไข่ทองคำจากมันได้โดยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่ไหล่เท่านั้น ไข่ทองคำนี้มีปริศนาที่ต้องไขเพื่อนำไปสู่ภารกิจที่สอง ภารกิจดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้แก่เพื่อนของแฮร์รี่ทั้งสองคนเป็นอย่างมาก และทำให้รอนกลับมาคืนดีกับแฮร์รี่เพราะเขารู้แล้วว่าการแข่งขันดังกล่าวมีอันตรายต่อแฮร์รี่ขนาดไหน

ภารกิจที่ตามมานั้นจะจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ระหว่างนั้นริต้า สกีตเตอร์ นักข่าวจากหนังสือพิมพ์เดลี่พรอเฟ็ต ผู้ที่ชอบเขียนข่าวบิดเบือนได้ลงข่าวป้ายสี โดยหาว่าแฮร์รี่สติไม่ดี และจับคู่เฮอร์ไมโอนี่กับแฮร์รี่ในทางเสียๆ หายๆ (เนื่องจากเฮอร์ไมโอนี่ว่ากล่าวริต้า สกีตเตอร์ว่าเธอเป็นคนหลอกลวงทำให้เธอไม่พอใจ) จนทำให้แม้แต่แม่ของรอน มอลลี่ วีสลีย์เกิดความเข้าใจผิดๆ อยู่นานกว่าความเข้าใจดังกล่าวจะได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องโดยตัวแฮร์รี่เองในเวลาต่อมา ขณะเดียวกันแฮร์รี่ยังไม่ค่อยสนใจจะไขปริศนาของไข่ทองคำที่เมื่อเปิดออกมาจะมีเสียงโหยหวนฟังไม่ได้ศัพท์เท่านั้น ในเทศกาลคริสต์มาส ฮอกวอตส์จัดงานเต้นรำขึ้น แฮร์รี่รวบรวมความกล้าไปขอโช แชงให้ไปงานเต้นรำกับเขา แต่เธอตอบปฏิเสธเนื่องจากเธอรับคำชวนของเซดริกไปแล้ว แฮร์รี่จึงขอให้ปาราวตี ปาทิล ไปงานเต้นรำกับเขาแทน ส่วนรอนชวนปัทมา ปาทิล น้องสาวของปาราวตีไป และเฮอร์ไมโอนี่ทำให้ทุกคนประหลาดใจโดยมากับวิกเตอร์ ครัมซึ่งสารภาพว่าแอบชอบและติดตามเธอมานานแล้ว แม้กระนั้น แฮร์รี่ก็ยังไม่ค่อยสนใจที่จะไขปริศนาไข่ทองคำสักเท่าไรนัก เพราะแฮกริดหายตัวไปเนื่องจากถูกริต้า สกีตเตอร์เปิดโปงว่าเป็นเขาลูกครึ่งยักษ์และให้ข่าวไปว่าแฮกริดอาจเป็นอันตรายต่อนักเรียนของฮอกวอตส์ทำให้แฮร์รี่กังวลใจ แต่แฮกริดก็กลับมาทำงานได้โดยคำพูดของดัมเบิลดอร์ รวมถึงแฮร์รี่และเพื่อนของเขา แฮกริดยังบอกให้แฮร์รี่ชนะการประลองเวทย์ให้ได้ ทำให้แฮร์รี่เริ่มพยายามไขปริศนาของไข่ทองคำเนื่องจากไม่อยากทำให้แฮกริดผิดหวัง ระหว่างนั้น เซดริก ดิกกอรี่บอกใบ้วิธีไขปริศนาไข่ทองคำแก่แฮร์รี่ เพื่อตอบแทนที่แฮร์รี่ช่วยเขาในภารกิจแรกโดยแนะนำว่าให้เอาไข่ทองคำไปเปิดใต้น้ำ แฮร์รี่ทำตามจึงรู้ว่าภารกิจที่สองคือตัวแทนแต่ละคนจะต้องไปช่วยตัวประกันซึ่งก็คือคนที่ตัวเองรักมากที่สุดซึ่งถูกจับตัวไว้ใต้ทะเลสาบ ก่อนภารกิจที่สองจะเริ่มต้นแฮร์รี่พบว่าจะต้องไปช่วยรอน ส่วนวิกเตอร์ ครัมต้องจะต้องลงไปช่วยเฮอร์ไมโอนี่ ในขณะที่เซดริกต้องลงไปช่วยโช แชง และเฟลอร์ เดอลากูร์ต้องลงไปช่วยกาเบรียลน้องสาวของเธอเอง แฮร์รี่ไม่สามารถหาวิธีที่จะลงไปใต้น้ำได้แต่ด๊อบบี้ช่วยแฮร์รี่เอาไว้ด้วยการนำหญ้าเหงือกปลาที่มีคุณสมบัติเปลี่ยนผู้กินให้กลายเป็นปลาได้ให้แก่แฮร์รี่ (ภายหลังแฮร์รี่พบว่ามันถูกขโมยมาจากห้องทำงานของสเนป) เขาแปลงกายเป็นปลาและดำลงไปช่วยตัวประกันของตัวเองและของคนอื่นๆ มาด้วยเนื่องจากคิดว่าคำใบ้ในไข่ทองคำเป็นความจริง แฮร์รี่ได้คะแนนจากกรรมการเป็นที่หนึ่งทำให้คะแนนรวมของเขาเท่ากับของเซดริก แม้จะมาเป็นคนสุดท้าย เนื่องจากกรรมการเห็นว่านี่เป็นการแสดงออกถึงคุณธรรม

ภารกิจสุดท้ายคือตัวแทนจะต้องฝ่าด่านต่างๆ ในเขาวงกตซึ่งประกอบไปด้วยสัตว์ประหลาดต่างๆ แฮร์รี่และเซดริกไปถึงถ้วยไตรภาคีซึ่งอยู่ตรงกลางของเขาวงกตพร้อมกัน ทั้งคู่ตัดสินใจว่าในเมื่อพวกเขาร่วมฝ่าด่านและภารกิจทั้งสามมาด้วยกัน (โดยแฮร์รี่บอกเซดริกเกี่ยวกับภารกิจแรก และเซดริกบอกใบ้แฮร์รี่เกี่ยวกับภารกิจที่สอง)จึงควรจะจับถ้วยพร้อมกัน และอย่างไรก็ตาม ชัยชนะก็ยังคงเป็นของฮอกวอตส์อยู่ดี

การเผชิญหน้าในสุสานและการเผยตัวของบาร์ตี้ เคร้าช์ จูเนียร์

ถ้วยไตรภาคีที่จริงแล้วเป็นกุญแจนำทางซึ่งพาพวกเขาทั้งสองคนไปยังสุสาน ที่ที่พวกเขาพบกับปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ (หรือหางหนอน) และลอร์ดโวลเดอมอร์ เซดริกถูกปีเตอร์สังหารในทันทีโดยใช้คำสาปพิฆาต “อะวาดา เคดาฟ-รา” และกรีดเลือดของแฮร์รี่เพื่อนำไปใช้ในพิธีปลุกชีพลอร์ดโวลเดอมอร์ขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้โวลเดอมอร์สามารถจับต้องตัวแฮร์รี่ได้และมีพลังมากกว่าเดิม

ต่อมาโวลเดอร์มอร์เรียกบรรดาผู้เสพความตายมาด้วยการปลุกรอยตรามารจากตัวของเขา และบังคับให้แฮร์รี่ต่อสู้กับเขาด้วยไม้กายสิทธิ์เพื่อพิสูจน์ว่า “เด็กชายผู้รอดชีวิต” ไม่เป็นอุปสรรคต่อเขาแต่อย่างใด แต่ปรากฏว่าไม้กายสิทธิ์ของทั้งสองคนกลับให้ผลแปลกประหลาดเรียกว่า “ไพรออร์ อินคานตาโต้” เนื่องจากแกนกลางของไม้กายสิทธิ์ทำมาจากขนนกฟีนิกซ์ตัวเดียวกันซึ่งก็คือฟอกส์ ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้ไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่และโวลเดอมอร์เชื่อมต่อกันด้วยลำแสงสีทอง และบังคับให้ไม้กายสิทธิ์ของโวลเดอร์มอร์คายคำสาปก่อนหน้าออกมา ทำให้ภาพเงาหรือวิญญาณของผู้ที่ถูกลอร์ดโวลเดอร์มอร์สังหารปรากฏขึ้น ได้แก่เซดริก (แม้โรว์ลิ่งจะบอกว่าปีเตอร์เป็นคนฆ่าก็ตาม แต่เชื่อกันว่าปีเตอร์ใช้ไม้กายสิทธิ์ของโวลเดอมอร์) แฟรงค์ ไบรซ์ ชายแก่มักเกิ้ลที่แฮร์รี่เห็นในฝันในตอนต้น เจ้าหน้าที่กระทรวงเวทมนตร์ เบอร์ธา จอร์กิ้นส์ รวมถึงพ่อแม่ของแฮร์รี่ ทุกคนช่วยกันบังโวลเดอมอร์เพื่อเปิดทางให้แฮร์รี่หนี แฮร์รี่หนีมาจากบรรดาผู้เสพความตายพาร่างไร้ชีวิตของเซดริก ดิกกอรี่กลับมาที่ฮอกวอตส์ได้อย่างหวุดหวิดตามคำขอร้องของวิญญาณของเซดริก

เมื่อแฮร์รี่กลับมาที่ฮอกวอตส์อีกครั้งท่ามกลางความงงงวยจากการหายตัวไปของเขา อาจารย์สอนวิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดและอดีตมือปราบมาร ศาสตราจารย์มู้ดดี้เป็นผู้พาเขาขึ้นไปบนปราสาท แล้วเผยตัวว่าเป็นผู้เสพความตาย และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ตั้งแต่เอาชื่อแฮร์รี่ไปใส่ถ้วยอัคนี นำแฮร์รี่มาจนถึงภารกิจสุดท้าย และทำให้แน่ใจว่าแฮร์รี่จะได้เผชิญหน้ากับโวลเดอมอร์ ในขณะที่มู้ดดี้กำลังจะสังหารแฮร์รี่ ดัมเบิลดอร์,มักกอนนากัลและสเนปก็บุกเข้ามาในห้องและหยุดมู้ดดี้ไว้ และหลังจากดัมเบิลดอร์สืบสวนศาสตราจาย์มู้ดดี้ด้วยสัจจะเซรุ่มของสเนป แฮร์รี่ก็พบว่ามู้ดดี้แท้ที่จริงแล้วคือ บาร์ตี้ เคร้าช์ จูเนียร์ สมุนผู้จงรักภักดีต่อโวลเดอมอร์ที่ปลอมตัวเป็นมู้ดดี้โดยใช้น้ำยาสรรพรส ส่วนศาสตราจารย์มู้ดดี้ตัวจริงนั้นถูกบาร์ตี้จูเนียร์ซ่อนเอาไว้ในหีบวิเศษมาตลอดทั้งปี

หลังจากที่ดัมเบิลดอร์ทราบแน่ชัดแล้วว่าโวลเดอมอร์กลับคืนชีพอีกครั้ง จึงเริ่มรวบรวมสมาชิกและจัดตั้งภาคีนกฟีนิกซ์ขึ้นมาใหม่ ในขณะที่มีการเปิดเผยว่าคาร์คารอฟ อาจารย์ใหญ่ของเดิร์มสแตรงก์และสเนปเคยเป็นผู้เสพความตายมาก่อน บาร์ตี้ เคร้าช์ จูเนียร์ถูกผู้คุมวิญญาณจุมพิตดูดวิญญาณออกไปเสียก่อนที่จะให้การอีกครั้งกับรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์คอร์นีเลียส ฟัดจ์ รัฐมนตรีฟัดจ์ปฏิเสธคำกล่าวของดัมเบิลดอร์และแฮร์รี่ที่ว่าโวลเดอมอร์กลับมาแล้ว แฮร์รี่ถือเป็นผู้ชนะในการแข่งขันประลองเวทย์ไตรภาคีและได้รับรางวัลทองหนึ่งพันเกลเลียน แต่เขาไม่ยินดีกับมันแม้แต่น้อย เขาพยายามมอบรางวัลทองพันเกลเลียนให้พ่อแม่ของเซดริกแต่ทั้งคู่ไม่รับ แฮร์รี่จึงมอบให้กับพี่น้องฝาแฝดเฟร็ดกับจอร์จ วีสลีย์แทน เพื่อเป็นทุนในการตั้งร้านขายของเล่นวิเศษ ส่วนเฮอร์ไมโอนี่ก็จับได้ว่าริต้า สกีตเตอร์ซึ่งลงข่าวให้ร้ายพวกเขามาตลอดแท้จริงแล้วหาข่าวโดยการแปลงเป็นแมลงปีกแข็ง ซึ่งแสดงว่าเธอเป็นแม่มดแอนนิเมจัสที่ไม่ได้จดทะเบียนอันเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เธอจึงขังริต้าไว้ในขวดเป็นการแก้แค้นและขู่ไม่ให้ริต้าเขียนข่าวแลกกับการเก็บความลับเรื่องนี้ และปีการศึกษาของฮอกวอตส์และการเรียนในชั้นปีที่สี่ของแฮร์รี่ก็จบลงอีกครั้ง

ไม่ว่าจะเป็นจากความกลัวหรือโกรธของฟัดจ์ส่งผลให้ดัมเบิลดอร์ถูกปลดออกจากตำแหน่งสำคัญๆ หลายตำแหน่งในโลกผู้วิเศษ และมอบชื่อเสียให้กับแฮร์รี่และดัมเบิลดอร์ในหนังสือเล่มต่อมา

………………………………………………………………………………………………………..

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์

h26

แฮร์รี่ พอตเตอร์ อายุสิบห้าปี ไม่ได้ข่าวคราวจากโลกเวทมนตร์ตลอดช่วงปิดเทอมแม้จะคอยแอบฟังข่าวนอกหน้าต่างห้องนั่งเล่นของพวกเดอร์สลีย์ก็ตาม เขาหลบไปอยู่ที่ถนนแม็กโนเลียหลังจากถูกพวกเดอร์สลีย์ว่ากล่าว ระหว่างนั่งเล่นอยู่ที่ชิงช้า แฮร์รี่เจอดัดลีย์กับเพื่อน จึงระบายอารมณ์โดยหาเรื่องกับดัดลีย์ ขณะที่ทั้งสองกำลังทะเลาะกัน ผู้คุมวิญญาณสองตนก็เข้ามาจู่โจมจนดัดลีย์เกือบได้รับจุมพิตถ้าแฮร์รี่ไม่เสกคาถาผู้พิทักษ์ช่วยไว้เสียก่อน หลังจากนั้นมิสซิส ฟิกก์ หญิงแก่ที่แฮร์รี่เคยไปอยู่ด้วยเมื่อเดอร์สลีย์ให้ไปอยู่นอกบ้านก็มาพาพวกเขากลับบ้าน ปรากฏว่ามิสซิส ฟิกก์เป็นสควิบที่คอยติดตามดูแฮร์รี่ตามคำสั่งของดัมเบิลดอร์ และมีผู้ช่วยคือ มันดังกัส เฟลชเชอร์ เหตุการณ์นี้ทำให้แฮร์รี่ได้รับจดหมายจากกระทรวงเวทมนตร์แจ้งว่าเขาจะต้องถูกสอบสวนข้อหาใช้เวทมนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาต และอาจถูกไล่ออกจากโรงเรียนและหักไม้กายสิทธิ์

พวกเดอร์สลีย์เมื่อเห็นสภาพของดัดลีย์ตอนที่แฮร์รี่พยุงเข้ามาในบ้าน ก็ต่อว่าแฮร์รี่และพยายามจะไล่แฮร์รี่ออกไป แต่ทันใดนั้นเอง นกฮูกตัวหนึ่งก็นำจดหมายกัมปนาทมาให้เพ็ตทูเนีย จดหมายพูดเสียงดังก้องว่า “จำคำฉันไว้” ดัดลีย์พยายามจะให้แฮร์รี่ออกจากบ้านแต่ เพ็ตทูเนียบอกว่าไม่ได้ คืนวันหนึ่งพวกเดอร์สลีย์ไม่อยู่บ้าน คนกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มภาคีนกฟีนิกซ์(กลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านโวลเดอมอร์, โดยมี อัลบัส ดัมเบิลดอร์ เป็นหัวหน้า รวมไปถึง ท็องส์, แม้ด-อาย มู้ดดี้, รีมัส ลูปิน, คิงสลีย์ ชักเคิ้ลโบลต์, เอลเฟียส ดอจ์, ดีดาลัส ดิกเกิ้ล, เอมมาลีน แวนซ์ ,สเตอกีส พอดมอร์ ได้รับรับคำสั่งให้พาแฮร์รี่ไปที่ บ้านเลขที่ 12 กริมโมลด์ เพลซ ซึ่งเป็นบ้านของซีเรียส และเป็นที่ที่ภาคีประชุมกัน บ้านนี้ยังมีครอบครัววีสลีย์ ซึ่งมาช่วยทำความสะอาดบ้าน เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ และคนอื่นๆ เช่น เซเวอรัส สเนป(ซึ่งไม่ค่อยมาเท่าไร), ครีเชอร์ (เอลฟ์ ประจำบ้านที่ดูถูก และไม่ชอบใครๆเลย โดยเฉพาะพวกเลือดสีโคลน)หลังจากนั้น รอน วีสลีย์ และเฮอร์ไมโอนี่ก็เล่าทุกอย่างให้แฮร์รี่ฟังว่าทำไมพวกเขาถึงส่งจดหมายถึงแฮร์รี่ไม่ได้ และการประชุมลึกลับที่ เฟรด กับ จอร์จ วีสลีย์ ใช้หูยืดยาวแอบฟังแต่ตอนหลังโดนจับได้

ระหว่างที่อยู่บ้าน เดอร์สลีย์ กับซิเรียส แฮร์รี่ฝันถึงประตูแปลกประหลาดบานหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป แต่เขาก็ไม่ได้เอามาใส่ใจ จนเมื่อถึงวันที่ แฮร์รี่ต้องไปฟังคำพิพากษา มิสเตอร์วีสลีย์ เป็นคนไปส่งโดยใช้วิธีที่เขาไม่เคยใช้มาก่อนในการเข้าไปในที่ทำงาน เมื่อไปถึงแฮร์รี่สังเกตเห็นประตูบานหนึ่งที่คล้ายกับที่เขาฝัน เป็นครั้งแรกที่เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับหน้าที่แปลกประหลาดใหม่ในกระทรวงนั่นก็คือ ผู้ปิดปากเงียบ ในระหว่างการฟังคำพิพากษาทำนาย ดัมเบิลดอร์เป็นผู้ช่วยให้แฮร์รี่ รอดจากทุกอย่าง แต่มีบางสิ่งแปลกไปเมื่อเขาพยายามจะเรียกดัมเบิลดอร์เพื่อขอบคุณ

แฮร์รี่กลับไปที่โรงเรียนฮอกวอตส์ และพบว่ากระทรวงพยายามจะยึดครองฮอกวอตส์และปิดข่าวเกี่ยวกับการกลับมาของโวลเดอมอร์ แฮร์รี่ถูกมองเป็นตัวประหลาด ดัมเบิลดอร์ถูกยึดเหรียญตรา และถูกถอดถอนจากตำแหน่งต่าง ๆ แต่ยังมิได้ละทิ้งตำแหน่งอาจารย์ใหญ่แห่งฮอกวอตส์

ปีการศึกษาที่ห้าเริ่มต้นด้วยการประกาศข่าวโดยดัมเบิลดอร์ว่าอาจารย์ป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่คือ โดโรเลส อัมบริดจ์ แฮกริดไม่อยู่ที่โรงเรียน เมื่อพวกแฮร์รี่ มีช่วงเรียน กับอัมบริดจ์ เธอไม่ยอมให้ใครเรียนเกี่ยวกับการป้องกันตัวแบบปฏิบัติ แต่ให้อ่านหนังสือเกี่ยวกับการป้องกันตัวแทน นักเรียนหลายคนประท้วงเรื่องนี้ จนแฮร์รี่พูดออกมาว่าโวลเดอมอร์กลับมา อัมบริดจ์ลงโทษกักบริเวณแฮร์รี่และให้คัดลายมือกับเธอในออฟฟิศ หลังจากที่แฮร์รี่กลับเข้ามาในห้องรวมกริฟฟินดอร์ เฮอร์ไมโอนี่ห็นรอยแดงบนมือของแฮร์รี่ ซึ่งเกิดจากปากกาขนนกที่เขียนด้วยเลือดแทนหมึก พวกแฮร์รี่ทนไม่ไหวที่แต่ละวันไม่ได้เรียนเกี่ยวกับการป้องกันตัวแบบจริงๆ เฮอร์ไมโอนี่วางแผนทั้งหมดให้แฮร์รี่เป็นหัวหน้าของทีม และมีคนหลายคนที่มาเข้าร่วมโดยทำการลับๆใน ห้องต้องประสงค์ภายใต้ชื่อทีมว่า กองทัพ ดัมเบิลดอร์ พวกเขาเรียนการป้องกันตัวจริงๆในห้องนั้น เรียนคาถาเดียวกับที่แฮร์รี่ทำได้ เช่น คาถาเสกผู้พิทักษ์ และเรียนจากหนังสือที่เฮอร์ไมโอนี่ได้มาจากห้องสมุด ไม่นานหลังจากที่ อัมบริดจ์ตั้งกฎมากมายเพื่อต่อต้านโรงเรียน เธอเองได้รับแต่งตั้งให้เป็นคนตรวจการเรียนการสอนของอาจารย์แต่ละคน หลังจากที่ประมวลผลออกมาแล้ว ซีบิล ทรีลอว์นีย์ ถูกไล่ออก แต่ดัมเบิลดอร์ออกมาช่วยเหลือ อัมบริดจ์รู้แผนการของแฮร์รี่จึงออกกฎห้ามการรวมกลุ่มโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ว่าเพื่อวัตถุประสงค์ใดก็ตาม และเธอก็จัดกลุ่มของเธอเพื่อคอยตรวจสอบความประพฤติของนักเรียนแทนเธอ รวมทั้งคอยจับตาดูแฮร์รี่ พอตเตอร์ กลุ่มนักเรียนของเธอรวมไปถึง แครบ กอยล์ และ เดรโก มัลฟอยซึ่งคอยจับตาดูและพยายามจะเข้าไปในห้องต้องประสงค์

และวันนั้นก็มาถึง พวกอัมบริดจ์และมัลฟอยบุกเข้าไปในห้องต้องประสงค์ได้โดยมีหนอนบ่อนไส้ กองทัพดัมเบิลดอร์หนีกันออกไปเหลือแต่แฮร์รี่ รอน และ เฮอร์ไมโอนี่ หลังจากนั้นแฮร์รี่ถูกคัดออกจากทีมควิชดิชไม่ให้เล่นเป็นซีกเกอร์ ทุกครั้งที่แฮร์รี่พูดถึงโวลเดอมอร์ อัมบริดจ์จะให้บทลงโทษกับแฮร์รี่อย่างเคย จนแผลเป็นบนหลังมือของเขาปรากฏชัดขึ้น คืนหนึ่งแฮร์รี่ฝันเห็นว่าโวลเดอมอร์กำลังทำร้ายมิสเตอร์วีสลีย์ เขาเรียกรอนซึ่งคิดว่าเป็นแค่ฝัน แต่มักกัลนากัล เกรงว่าจะเป็นเรื่องจริง จึงส่งพวกเขากลับไปที่ กริมโมลด์ เพลซ ต่อมาพวกเขาได้ไปเยี่ยม มิสเตอร์ วีสลีย์ที่โรงพยาบาลเซ็นต์ มังโก ในโรงพยาบาลยังพบพ่อแม่ของเนวิลล์ และ กิลเดอรอย ล็อกฮาร์ต หลังจากที่เยี่ยมเสร็จแล้ว พวกเขาก็กลับมาที่ฮอกวอตส์อีกครั้ง

ฟีเรนเซ่ (เซ็นทอร์)มาเป็นอาจารย์สอนการทำนายคนใหม่แทนทรีลอว์นีย์ การเรียนก็หนักขึ้นสำหรับแฮร์รี่เมื่อเขาต้องเรียนวิชาพิเศษ และฝึกคาถาสกัดใจกับสเนป เพื่อไม่ให้โวลเดอมอร์อ่านใจเขาได้ แต่ก็ดูจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เมื่อแฮร์รี่ทนไม่ไหวเขาจึงสะท้อนคาถากลับเข้าสเนป ทำใหได้เข้าไปในความทรงจำฝังใจของสเนป หลังจากการฝึกอันสาหัส การสอบ ว.พ.ร.ส กำลังมาถึง พวกปีห้าทั้งหมดถูกตั้งคำถามว่าอยากเป็นอะไรในอนาคต เพื่อเป็นแนวทางว่าเขาต้องเรียนอย่างไรต่อไป แฮร์รี่อยากเป็น มือปราบมาร

ดัมเบิลดอร์ถูกขับไล่จากโรงเรียนแต่เขาหนีได้อย่างสง่างาม การสอบมาถึง เป็นเวลาเดียวกับที่ เฟร็ดและจอร์จ เริ่มวางแผนเกี่ยวกับการออกจากโรงเรียนก่อนจบปีเจ็ด ระหว่างสอบมีการต่อสู้เกิดขึ้น เฟร็ดกับจอร์จ จัดการให้อัมบริดจ์ปั่นป่วนและหัวหมุนอย่างหนัก และขี่ไม้กวาดออกจากโรงเรียนไปซึ่งทุกคนในโรงเรียนได้เห็น แฮกริดถูกไล่ออกเมื่อเขากลับมาหลังจากแฮร์รี่เข้าเรียนมาประมาณสองสามเดือน แต่ได้บอกเกี่ยวกับกรอพว์น้องยักษ์ของเขาไว้ รวมทั้งเล่าเรื่องราวที่เขาหายตัวไปหลายเดือนว่าได้รับคำสั่งจากดัมเบิลดอร์ให้ไปชักชวนยักษ์มาเป็นพวก คืนหนึ่งแฮร์รี่ฝันว่าซิเรียสถูกทำร้ายอย่างรุนแรงเขาบอกพวกรอน และ เฮอร์ไมโอนี่ และบอก กลุ่ม ก.ด. บางคน จินนี่ วีสลีย์, ลูน่า เลิฟกู๊ด, กับ เนวิลล์ ลองบัทท่อม เพื่อช่วยให้เขาเข้าไปใช้เตาผิงที่ไม่ถูกดัก เพื่อติดต่อว่าฝันของเขาเป็นความจริงหรือไม่ ระหว่างนั้นเจอครีเชอร์ซึ่งบอกว่าซิเรียสไม่อยู่ ไม่นานเขาถูกจับโดยอัมบริดจ์กับพวกมัลฟอย จัดการพวกของเขาที่คอยดูข้างนอก เฮอร์ไมโอนี่ หลอกอัมบริดจ์ว่าดัมเบิลดอร์ซ่อนอาวุธไว้ในป่าและพาเธอเข้าไปเจอกรอพว์ พวกเซนทอร์โจมตีอัมบริดจ์ เธอด่าพวกนั้นกลับไป จึงถูกจับไปลงโทษ

กลับไปในปราสาททุกคนหนีออกมาจากเงื้อมมือของพวกมัลฟอยได้ และตัดสินใจจะบินไปที่ กระทรวงโดยเธรสตอล เมื่อไปถึงเขาหาห้องที่อยู่ในฝันและพบว่าสิ่งที่โวลเดอมอร์ต้องการคือลูกแก้วแห่งคำทำนาย พวกผู้เสพความตายเข้ามาโจมตี และบอกว่าเป็นกับดัก ซิเรียสเข้ามาช่วยแฮร์รี่ได้ทันก่อนแฮร์รี่จะให้ลูกแก้วแก่ ลูเซียส มัลฟอยไป พวกภาคีเข้ามาช่วยอีกกลุ่ม เบลลาทริกซ์ เลสเตรนจ์ ต่อสู้กับ ซิเรียส และทำให้ซีเรียสตกเข้าไปในม่านแปลกม่านหนึ่ง แฮร์รี่มารู้ตอนหลังว่าซิเรียสได้ตายจากเขาไปแล้ว โวลเดอมอร์เผชิญหน้ากับดัมเบิลดอร์ตอนหลัง และโวลเดอมอร์ก็หายไป ในขณะเดียวกับที่ ฟัดจ์ กับคนในกระทรวงกลุ่มหนึ่งมาเห็นพอดี ดัมเบิลดอร์บอกว่ามีการเชื่อมโยงเกี่ยวกับโวลเดอมอร์กับแฮร์รี่ เขาจึงไม่ต้องการมองหรือคุยกับแฮร์รี่เพราะโวลเดอมอร์อาจรู้ได้ และบอกด้วยว่า สงครามเริ่มขึ้นแล้ว

………………………………………………………………………………………………………..

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม

h28

โวลเดอมอร์และเหล่าผู้เสพความตายสร้างความเสียหายและสับสนอลหม่านไปทั่วเกาะอังกฤษ คอร์นีเลียส ฟัดจ์ รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ จำเป็นต้องลาออกเพราะถูกต่อต้านคัดค้านอย่างรุนแรงที่ไม่สามารถจัดการกรณีโวลเดอมอร์ได้ จากนั้น รูฟัส สคริมเจอร์ ได้ขึ้นเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์แทน ได้มีการแจ้งเตือนภัยไปยังนายกรัฐมนตรีของมักเกิ้ล และอาเธอร์ วีสลีย์ ก็ได้เลื่อนขั้น

ที่บ้านของสเนป ในสุดตรอกช่างปั่นฝ้าย นาร์ซิสซา แม่ของเดรโก มัลฟอย และพี่สาวเจ้าอารมณ์ เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ มาหาเขา และให้สเนปปฏิญาณไม่คืนคำว่าจะปกป้องเดรโกระหว่างปฏิบัติภารกิจเพื่อจอมมารและหากเดรโกทำตามคำสั่งไม่สำเร็จ

อัลบัส ดัมเบิลดอร์ไปหาแฮร์รี่ที่บ้านเดอร์สลีย์และขอให้แฮร์รี่ไปเยี่ยมฮอเรซ ซลักฮอร์นซึ่งเกษียณแล้วด้วยกัน แฮร์รี่พบว่ามือขวาของดัมเบิลดอร์มีรอยผิดปกติสีดำ ดัมเบิลดอร์ขอให้ซลักฮอร์นกลับไปสอนที่ฮอกวอตส์ และได้รับความช่วยเหลือจากแฮร์รี่โดยที่แฮร์รี่เองไม่รู้ตัว หลังจากนั้นช่วงปิดเทอมที่เหลือ แฮร์รี่ได้ไปอยู่กับครอบครัววีสลีย์และเฮอร์ไมโอนี่ที่บ้านโพรงกระต่าย บิล วีสลีย์ ตกลงหมั้นหมายกับเฟลอร์ เดอลากูร์ ผู้เข้าแข่งขันประลองเวทไตรภาคีจากโรงเรียนโบซ์บาตงโดยทางบ้านไม่เห็นด้วย (โดยเฉพาะจินนี่ นางวีสลีย์ และเฟร็ดกับจอร์จ) ช่วงปิดภาคฤดูร้อนนี้ แฮร์รี่มีเวลาอยู่กับจินนี่และเกิดความรู้สึกต่อเธอหลายอย่างปะปนกัน แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่ได้รับผลสอบวิชาพ่อมดระดับสามัญ (ว.พ.ร.ส.) ซึ่งเฮอร์ไมโอนี่ได้คะแนนสูงทุกวิชา ส่วนรอนกับแฮร์รี่ตกวิชาพยากรณ์ศาสตร์และประวัติศาสตร์เวทมนตร์ ทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถลงเรียนวิชาปรุงยาเพื่อการสอบความรู้พ่อมดเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ (ส.พ.บ.ส.) ได้ เพราะสเนปจะรับเฉพาะนักเรียนที่ได้คะแนน “ด” (ดีเยี่ยม) เท่านั้น ซึ่งวิชานี้เป็นวิชาบังคับสำหรับอาชีพที่แฮร์รี่ใฝ่ฝัน คือ เป็นมือปราบมาร

ระหว่างการซื้อของสำหรับปีการศึกษาใหม่ที่ฮอกวอตส์ในตรอกไดแอกอน แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่เห็นเดรโก มัลฟอย ลอบออกไปที่ตรอกน็อกเทิร์น จึงตามไปและเห็นมัลฟอยเข้าร้านบอร์เจ็นและเบิร์กส์ ซึ่งเป็นร้านขายของเกี่ยวกับศาสตร์มืด พวกเขาเห็นเดรโกข่มขู่นายบอร์เจ็นให้ซ่อมของชิ้นหนึ่งและเก็บอีกชิ้นหนึ่งไว้ให้เขา

เมื่อเปิดเรียน แฮร์รี่เกือบเอาตัวไม่รอดจากการกลั่นแกล้งของเดรโก มัลฟอย บนรถไฟด่วนฮอกวอตส์ และทิ้งไว้บนรถเขาหวังเพื่อรถไฟจะพาแฮร์รี่กลับลอนดอน ตอนอยู่ที่สถานีฮอกส์มี้ด แต่นิมฟาโดร่า ท็องส์ มาช่วยไว้ทันเวลา และก็พบว่า เซเวอรัส สเนป ได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่อย่างไม่คาดคิด ส่วนซลักฮอร์นกลับมาเป็นอาจารย์วิชาปรุงยาแทน และเมื่อซลักฮอร์นรับนักเรียนที่ได้คะแนนอย่างต่ำ “ก” (เกินความคาดหมาย) จากการสอบ ว.พ.ร.ส. ให้เข้าเรียนวิชาปรุงยาระดับ ส.พ.บ.ส. แฮร์รี่กับรอนจึงสามารถเรียนได้ ซลักฮอร์นได้ให้แฮร์รี่ยืมตำราปรุงยาเล่มเก่าซึ่งมีข้อความเขียนว่าเป็นสมบัติของ “เจ้าชายเลือดผสม” ข้อความที่เขียนด้วยลายมือของเจ้าของเดิมผู้มีพรสวรรค์ช่วยให้แฮร์รี่เรียนวิชานี้ได้ดีมาก ซลักฮอร์นจึงปลื้มแฮร์รี่มากและมอบน้ำยานำโชคให้เป็นรางวัล

เวลาผ่านไป ผู้เสพความตายก่อเหตุมากขึ้นเรื่อย ๆ และอาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ฮอกวอตส์ ในการออกไปเที่ยวฮอกส์มี้ดครั้งแรก นักเรียนหญิงบ้านกริฟฟินดอร์คนหนึ่งชื่อ แคตี้ เบลล์ ได้รับบาดเจ็บเมื่อต้องคำสาปจากสร้อยโอปอล แฮร์รี่สงสัยว่าเดรโกหรือไม่ก็ผู้เสพความตายคนอื่นมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อีกเหตุการณ์หนึ่ง คือ รอนดื่มเหล้าผสมยาพิษที่เตรียมไว้สำหรับดัมเบิลดอร์เข้าไปโดยบังเอิญ แฮร์รี่ได้ใช้หินบิซัวร์ซึ่งแก้พิษได้เกือบทุกชนิดกรอกใส่ปากช่วยชีวิตรอนไว้ได้ทัน ก่อนหน้านี้รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ทะเลาะกันอย่างรุนแรงเมื่อรอนนัดเที่ยวกับลาเวนเดอร์ บราวน์ เพื่อยั่วเฮอร์ไมโอนี่ และแก้แค้นที่เธอจูบกับวิกเตอร์ ครัม ซึ่งเฮอร์ไมโอนี่ก็ตอบโต้ด้วยการไปงานคริสต์มาสของซลักฮอร์นกับคอร์แม็ก แม็คล้ากเก้นทำให้เธอยิ่งรู้สึกเลวร้าย เพราะถูกแฮร์รี่ตำหนิพฤติกรรมดังกล่าว รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ยังคงทะเลาะกันตลอดทำให้แฮร์รี่เกรงว่าทั้งสองจะไม่กลับมาคืนดีกันอีก อย่างไรก็ตาม เฮอร์ไมโอนี่ก็ว้าวุ่นใจมากเมื่อรอนดื่มยาพิษจนเฉียดตายและคืนดีกับเขา รอนเองก็เลิกกับลาเวนเดอร์ในที่สุด ในเวลาเดียวกันนั้น แฮร์รี่ก็พบว่าจริง ๆ แล้วเขารู้สึกอย่างไรกับจินนี่ ซึ่งตอนนี้เป็นเชสเซอร์ในทีมควิดดิช เมื่อรู้สึกอิจฉาที่เห็นเธอจูบกับดีน โทมัส แฟนหนุ่ม ทว่าแฮร์รี่ก็ลังเลที่ทำอะไรเพราะไม่อยากขวางความสัมพันธ์ของจินนี่กับดีน และกลัวว่ารอนจะไม่ชอบใจหากแฮร์รี่นัดน้องสาวคนเดียวของเขาไปเที่ยว

ดัมเบิลดอร์เริ่มสอนพิเศษให้แฮร์รี่เป็นการส่วนตัว โดยใช้เพนซิฟให้แฮร์รี่ดูความทรงจำเกี่ยวกับโวลเดอมอร์ แต่ยังขาดความทรงจำส่วนที่เป็นของซลักฮอร์น ซึ่งแฮร์รี่ได้มาโดยใช้น้ำยานำโชค ดัมเบิลดอร์คาดว่าโวลเดอมอร์แบ่งวิญญาณของตนออกเป็นเจ็ดส่วน เก็บไว้เป็นฮอร์ครักซ์หกชิ้น เพื่อให้ตนเป็นอมตะ ส่วนชิ้นที่เจ็ดอยู่ในร่างของตัวเอง ซึ่งฮอร์ครักซ์สองชิ้นถูกทำลายไปแล้ว (สมุดบันทึกของทอม ริดเดิ้ล โดยแฮร์รี่ ตอนอยู่ปีสอง และแหวนของมาร์โวโล ก๊อนท์ โดยดัมเบิลดอร์)

ต่อมาแฮร์รี่พบเดรโกร้องไห้อยู่ในห้องน้ำของเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญ ทั้งสองร่ายคาถาใส่กัน แฮร์รี่ใช้คาถาเซกตรัมเซมปร้า (ซึ่งจดอยู่ในหนังสือของเจ้าชายเลือดผสม ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าเป็นคาถาอะไร) ทำให้ร่างของเดรโกเป็นแผลลึก สเนปมาถึงและช่วยมัลฟอยไว้ เขาจำคาถานั้นได้จึงสั่งให้แฮร์รี่เอาหนังสือมาให้เขา แฮร์รี่เอาหนังสือไปซ่อนในห้องต้องประสงค์ โดยใช้หุ่นพ่อมดสวมมงกุฎเป็นเครื่องหมายแสดงที่ซ่อน (โดยไม่ทราบว่ามงกุฎดังกล่าว คือ รัดเกล้าเรเวนคลอ) แล้วเอาหนังสือของรอนไปสเนปแทน สเนปสั่งกักบริเวณแฮร์รี่ทุกวันเสาร์ตลอดเวลาที่เหลืออยู่ของเทอมนั้น ซึ่งครั้งแรกเป็นวันที่มีการแข่งขันควิดดิชนัดสุดท้ายพอดี เมื่อสิ้นสุดเวลากักบริเวณ แฮร์รี่ได้ทราบว่าทีมกริฟฟินดอร์ชนะ และจินนี่ วีสลีย์ เล่นเป็นซีกเกอร์แทนเขา ช่วงเวลาฉลองชัยชนะนั้นเอง ความรู้สึกต่อจินนี่ที่แฮร์รี่ระงับไว้ก็เปิดเผยออกมาเมื่อเขาจูบเธอ (จินนี่เลิกกับดีนหลายวันก่อนแล้ว) และหลังจากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มเที่ยวด้วยกัน

ก่อนที่แฮร์รี่และดัมเบิลดอร์จะออกเดินทางจากฮอกวอตส์เพื่อไปตามหาฮอร์ครักซ์อีกชิ้นหนึ่ง (ล็อกเกตของซัลลาซาร์ สลิธีริน) แฮร์รี่ได้ทราบจากศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ว่าสเนปเป็นผู้ส่งข่าวให้โวลเดอมอร์รู้ที่อยู่ของพ่อแม่ของเขาเมื่อสิบห้าปีก่อน เขาสงสัยว่าเดรโกอาจจะเป็นผู้เสพความตายและบอกดัมเบิลดอร์ซึ่งไม่แสดงท่าทีสนใจ แฮร์รี่ถามดัมเบิลดอร์ตรง ๆ ว่าทำไมจึงเชื่อในสเนปทั้ง ๆ ที่เขาเคยทำเช่นนั้น ดัมเบิลดอร์ยืนยันความเชื่อใจของเขา และบอกแฮร์รี่ว่ารู้ที่ซ่อนฮอร์ครักซ์ชิ้นหนึ่งแล้ว จึงชวนแฮร์รี่ไปหาด้วยกัน แฮร์รี่เชื่อว่าเดรโกกับสเนปสมคบกันคิดไม่ดี จึงบอกให้รอน เฮอร์ไมโอนี่ ลูน่า เลิฟกู๊ด เนวิลล์ และจินนี่ คอยเฝ้าห้องโถงต่าง ๆ ไว้ตอนที่เขากับดัมเบิลดอร์ไม่อยู่ อีกทั้งยื่นน้ำยานำโชคให้ทุกคน จากนั้นแฮร์รี่กับดัมเบิลดอร์ก็หายตัวไปยังถ้ำลับแห่งหนึ่ง ดัมเบิลดอร์ต้องดื่มน้ำยาจากอ่างที่ใส่ฮอร์ครักซ์ เพื่อเอามันออกมา ทำให้เขาอ่อนแอไปมาก

เมื่อกลับมาถึงฮอกส์มี้ด แฮร์รี่และดัมเบิลดอร์เห็นตรามารของโวลเดอมอร์ลอยอยู่บนอากาศเหนือฮอกวอตส์ ทั้งสองยืมไม้กวาดจากมาดามโรสเมอร์ทาซึ่งภายหลังพบว่าตกอยู่ใต้อำนาจคำสาปสะกดใจของเดรโก แล้วบินไปยังหอคอยที่เดรโกดักซุ่มทำร้ายอยู่ ดัมเบิลดอร์ทำให้แฮร์รี่ซึ่งอยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหนขยับตัวไม่ได้ก่อนตัวเองจะถูกเดรโกใช้คาถาปลดอาวุธ เดรโกเผยว่าตนเองเป็นผู้ช่วยให้พวกผู้เสพความตายเข้ามาในฮอกวอตส์ผ่านทางตู้อันตรธานที่อยู่ระหว่างตรอกน็อกเทิร์นกับฮอกวอตส์ ถึงกระนั้นดัมเบิลดอร์ก็เข้าใจอย่างชัดแจ้งว่าเด็กหนุ่มซึ่งเห็นได้ชัดว่าตกอยู่ในความหวาดกลัวช่วยสมุนโวลเดอมอร์เพราะถูกบังคับ ในเวลาเดียวกัน สมาชิกภาคีฟีนิกซ์ (รวมทั้งรีมัส ลูปิน, นิมฟาดอร่า ท็องส์, ศาสตราจารย์มักกอนนากัล และบิล วีสลีย์) ก็ต่อสู้กับพวกผู้เสพความตายอยู่ที่ด้านล่างของโรงเรียน

บรรดาผู้เสพความตายขึ้นมาบนหอคอยที่ตรามารปรากฏอยู่ และเร่งเร้าให้เดรโกปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ คือฆ่าดัมเบิลดอร์เสีย แต่เดรโกลังเลและดูเหมือนจะหวาดกลัว สเนปมาถึง ดัมเบิลดอร์ซึ่งยังคงอ่อนแอจากยาพิษขอร้องอย่างกำกวมให้สเนปช่วย สเนปจึงเสกคำสาปพิฆาตฆ่าดัมเบิลดอร์ ความแรงของคาถาทำให้ร่างของดัมเบิลดอร์ร่วงลงมาจากหอคอย เมื่อดัมเบิลดอร์ตาย แฮร์รี่จึงพ้นจากคาถาห้ามเคลื่อนไหว พวกผู้เสพความตายหนีไป แฮร์รี่ไล่ตามสเนปซึ่งบอกว่าตัวเขานั่นเองคือเจ้าชายเลือดผสม ระหว่างที่หนีไปกับเดรโก สเนปยังกล่าวด้วยว่าแฮร์รี่ไม่มีพลังพอที่จะเอาชนะเขาได้ และอ่อนแอเหมือนเช่นพ่อของแฮร์รี่ ทำให้แฮร์รี่ยิ่งโกรธแค้นขึ้นอีก

แฮร์รี่เอาฮอร์ครักซ์ออกมาจากตัวของดัมเบิลดอร์ แต่กลับพบว่าเป็นของปลอม ภายในมีข้อความจากคนที่ใช้ชื่อย่อว่า ร.อ.บ. ซึ่งได้ขโมยฮอร์ครักซ์อันจริงไป และปฏิญาณว่าจะทำลายมันทิ้งพร้อมกับตั้งความหวังว่าเมื่อโวลเดอมอร์พบคู่ต่อสู้ที่คู่ควร โวลเดอมอร์จะได้ “ตายได้อีกครั้งหนึ่ง”

โรงเรียนปิดกะทันหันพร้อมกับมีพิธีศพของดัมเบิลดอร์ซึ่งมีผู้มาร่วมงานมากมาย ทั้งศิษย์เก่าและนักเรียนปัจจุบัน อาจารย์ สัตว์วิเศษที่อยู่ในป่าต้องห้าม ศาสตราจารย์มักกอนนากัลได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์ใหญ่ชั่วคราวแม้ว่าโรงเรียนอาจปิดเป็นการถาวร ศาสตราจารย์ซลักฮอร์นเป็นอาจารย์ประจำบ้านสลิธีรินแทนสเนป แต่ไม่ว่าอย่างไร แฮร์รี่ก็ตัดสินใจออกจากฮอกวอตส์ตลอดไปเพื่อค้นหาฮอร์ครักซ์ที่เหลืออยู่ รอนและเฮอร์ไมโอนี่สัญญาว่าจะไปกับเขา และแฮร์รี่จบความสัมพันธ์กับจินนี่เพื่อปกป้องเธอให้พ้นจากโวลเดอมอร์

หนังสือจบลงตรงที่แฮร์รี่รอเวลาไปร่วมงานแต่งงานของบิลกับเฟลอร์ และรู้สึกสบายใจที่ “อย่างน้อยก็มีวันสุดท้ายที่จะได้มีความสุขกับรอนและเฮอร์ไมโอนี่”

………………………………………………………………………………………………………..

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต

h29

เรื่องเริ่มต้นที่บ้านของลูเซียส มัลฟอย โดยลอร์ดโวลเดอมอร์ และสมุนจำนวนหนึ่ง วางแผนการเกี่ยวกับการย้ายออกจากบ้านเดอร์สลี่ย์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงชื่อแยกซ์ลีย์ ระบุว่าแฮร์รี่จะย้ายออกในวันคล้ายวันเกิด ในขณะที่สเนประบุว่าแฮร์รี่จะย้ายออกก่อนหน้านั้นหนึ่งสัปดาห์ โวลเดอมอร์ยืมไม้กายสิทธิ์ของมัลฟอย จากการที่ไม้กายสิทธิ์ของเขาเองใช้ไม่ได้ผลกับแฮร์รี่

ภาคีนกฟีนิกซ์ส่งพ่อมดมาคุ้มครองครอบครัวเดอร์วีสลีย์ ในขณะที่กองกำลังอีกส่วนหนึ่งมาพาตัวแฮร์รี่ออกไป โดยวางแผนให้คนอีกหกคนเป็นนกต่อ ใช้น้ำยาสรรพรสแปลงตัวเป็นแฮร์รี่กระจายไปยังที่ซ่อนต่างๆกัน แต่แฮร์รี่ยังคงถูกสมุนโวลเดอมอร์ระบุตัวได้จากการใช้คาถาปลดอาวุธที่เขาใช้กับผู้เสพความตายซึ่งถูกคาถาสกดใจ อย่างไรก็ตาม ไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่ยังคงชนะไม้ที่ยืมมาของโวลเดอมอร์ แฮร์รี่ไปถึงบ้านโพรงกระต่ายอย่างปลอดภัย แต่เฮ็ดวิกต้องตายจากการปะทะกัน และพบว่าจอร์จ วีสลีย์เสียหูไปข้างหนึ่งด้วยคาถาของสเนป และอลาสเตอร์ มูดดี้ถูกโวลเดอมอร์ฆ่า

สองสามวันต่อมา รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์มาที่บ้านโพรงกระต่าย เพื่อนำของตามพินัยกรรมของดัมเบิลดอร์มาให้แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่ รอนได้รับ “ดีลูมิเนเตอร์” หรือ “ที่ดับไฟ” ของดัมเบิลดอร์ เฮอร์ไมโอนี่ได้รับหนังสือ “นิทานของบีเดิลยอดกวี”เป็นภาษารูนโบราณ ส่วนแฮร์รี่ได้รับลูกสนิชลูกแรกที่แฮร์รี่จับได้ และดาบของกริฟฟินดอร์ อย่างไรก็ตามกระทรวงไม่ได้ให้ดาบแก่แฮรี่เพราะกระทรวงไม่รู้ว่าดาบอยู่ที่ไหน

ในระหว่างงานแต่งงานของบิล วีสลีย์ และเฟลอร์ เดอลากูร์ มีข่าวมาว่าโวลเดอมอร์ได้เข้าควบคุมกระทรวงเวทมนตร์เป็นผลสำเร็จ และผู้เสพความตายได้เข้าโจมตีอีกครั้ง แฮร์รี่และเพื่อนทั้งสองหายตัวหนีไปยังบาร์ของมักเกิ้ลแห่งหนึ่ง แต่ก็ถูกตามพบอย่างง่ายดาย เพราะโวลเดอร์มอร์ได้ใช้ชื่อตัวเองเป็นคำต้องห้าม อย่างไรก็ตาม ทั้งสามหนีรอดไปได้อีก จากนั้นจึงหนีไปยังบ้านเลขที่ 12 กริมโมลด์เพลซ ซึ่งได้ค้นพบว่า ร.อ.บ. คือเรกูลัส แบล็ก น้องของซิเรียสจากการสอบถามเอลฟประจำบ้านครีเชอร์และล็อกเก็ตของจริงซึ่งแฮร์รี่ตามหานั้น ไปตกอยู่ในความครอบครองของโดโลเรส อัมบริดจ์ได้มาจากการขายของมันดังกัส

กลุ่มของแฮร์รี่สามารถบุกเข้าไปในกระทรวง และนำล็อกเก็ตมาได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ที่ซ่อนที่กริมโมลด์เพลซถูกค้นพบ ทั้งสามจึงต้องเร่ร่อนตามชนบทโดยเปลี่ยนที่พักแรมไปเรื่อยๆ และต่อมาได้ทราบโดยบังเอิญว่าดาบกริฟฟินดอร์ที่เคยเห็นเป็นดาบปลอมทำเลียนแบบ ส่วนดาบจริงนั้นหายไป ระหว่างนั้น รอนได้ทะเลาะกับแฮร์รี่ และแยกตัวจากไป แฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่ไปยังก็อดดริกฮอลโล่ เพื่อตามหาดาบ แต่กลับถูกนากินี งูของโวลเดอมอร์ทำร้าย และไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่เสียหายโดยไม่อาจซ่อมได้ หลังจากนั้นไม่นาน มีผู้พิทักษ์รูปกวางตัวเมียปรากฏตัวบริเวณค่ายพักที่แฮร์รี่อยู่ และกวางได้นำแฮร์รี่ไปพบดาบกริฟฟินดอร์ซึ่งซ่อนอยู่ในบึงน้ำแข็ง รอนกลับมาช่วยแฮร์รี่ในการนำดาบขึ้นมา และทำลายล็อกเก็ตซึ่งเป็นฮอร์ครักซ์อันแรก ทั้งสามไปยังบ้านของครอบครัวเลิฟกู๊ด และได้รู้เรื่อง “เครื่องรางยมทูต” สามอย่าง ได้แก่ ไม้กายสิทธิ์ที่ทำจากไม้เอลเดอร์ ซึ่งทำให้ชนะการต่อสู้ หินชุบวิญญาณ ที่สามารถเรียกคนตายกลับมา และผ้าคลุมล่องหนที่ไม่เสื่อมตามกาลเวลา อย่างไรก็ตาม พ่อของลูน่าแจ้งกระทรวงเรื่องแฮร์รี่ โดยหวังแลกกับลูน่าที่ถูกจับไปก่อนหน้า พวกของแฮร์รี่หนีรอดได้อีกครั้ง

พวกของแฮร์รี่ถูกนักล่าค่าหัวจับได้ หลังจากแฮร์รี่เผลอเอ่ยชื่อโวลเดอมอร์ เพราะมีการเสกคาถาให้เป็นคำต้องห้ามและบุคคลที่พูดคำนี้จะถูกระบุตัวได้ทันที พวกนักล่านำแฮร์รี่และเพื่อน รวมทั้งดีน โทมัส และก็อบลินชื่อกริ๊บฮุกที่ถูกจับอยู่ด้วยไปยังบ้านมัลฟอย ที่นั้น พวกเขาได้พบกับโอลิแวนเดอร์ ช่างทำไม้กายสิทธิ์ และลูน่า เลิฟกู๊ด ทั้งหมดหนีไปได้ด้วยความช่วยเหลือของน้องชายดัมเบอร์ดอร์ซึ่งได้กระจกอีส่วนของซีเรียส แบล็กไปจึงได้เรียกด็อบบี้ เอลฟ์ที่เคยอยู่กับมัลฟอย แต่ดอบบี้ถูกเบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ฆ่าตาย พวกเขาหนีไปอยู่ที่บ้านของบิลและเฟลอร์

ทั้งสามบุกเข้าไปในธนาคารกริงกอตส์ด้วยความช่วยเหลือของก็อบลิน และขโมยถ้วยฮัฟเฟิลพัฟออกมาจากห้องนิรภัยของเลสแตรงจ์โดยได้ขโมยมังกรออกมา โวลเดอมอร์ทราบข่าวการขโมยนี้ จึงทราบในที่สุดว่าพวกแฮร์รี่กำลังตามหาฮอร์ครักซ์ แฮร์รี่ได้รับรู้ความคิดของโวลเดอมอร์อีกครั้ง ขณะที่เขากำลังลำดับที่ตั้งของฮอร์ครักซ์ทั้งหมด ทำให้แฮร์รี่ได้รู้ว่าฮอร์ครักซ์อันสุดท้ายที่ตนยังไม่ทราบว่าเป็นอะไรนั้นอยู่ในฮอกวอตส์นั่นซึ่งเกี่ยวกับเรเวนคลอ พวกเขากลับเข้าไปในฮอกวอตส์ด้วยความช่วยเหลือของอาเบอร์ฟอร์ธ ดัมเบิลดอร์ น้องชายของอัลบัส

แฮร์รี่แจ้งเตือนการมาของโวลเดอมอร์แก่อาจารย์ และพบฮอร์ครักซ์ซึ่งเป็นรัดเกล้าของเรเวนคลอในห้องต้องประสงค์ หลังจากนั้นพวกของแฮร์รี่ได้ไปยังเพิงโหยหวน และเห็นโวลเดอมอร์ฆ่าสเนป ด้วยความเชื่อว่าเขาจะได้เป็นเจ้าของไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ ที่เคยเป็นของดัมเบิลดอร์อย่างสมบูรณ์ ก่อนตาย สเนปมอบความทรงจำแก่แฮร์รี่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาอยู่ฝ่ายดัมเบิลดอร์ ด้วยความรักที่มีต่อลิลี่ แม่ของแฮร์รี่ นอกจากนี้ แฮร์รี่ยังค้นพบว่า วิญญาณส่วนหนึ่งของโวลเดอมอร์อยู่ในตัวของเขาเอง และโวลเดอมอร์ไม่สามารถตายได้หากเขายังมีชีวิตอยู่ แฮร์รี่จึงไปพบกับโวลเดอมอร์และต่อสู้กับคาถาพิฆาตโดยจงใจให้ตนเองถูกคาถาพิฆาตใส่ตาย

แฮร์รี่ตื่นขึ้นมาและพบกับดัมเบิลดอร์ ซึ่งอธิบายว่าเขาไม่สามารถตายโดยที่โวลเดอมอร์ยังอยู่ เพราะโวลเดอมอร์สร้างร่างขึ้นมาจากเลือดของแฮร์รี่ แฮร์รี่เป็นเจ้าของอันชอบธรรมของเครื่องรางยมทูต คาถาพิฆาตได้ทำลายวิญญาณของโวลเดอมอร์ในตัวแฮร์รี่ และแฮร์รี่สามารถเลือกที่จะไปต่อ หรือกลับไปเพื่อสู้กับโวลเดอมอร์อีกครั้ง แฮร์รี่กลับไป และได้สู้กับโวลเดอมอร์อีกครั้งหนึ่ง แฮร์รี่ยังรู้ด้วยว่านายของไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ที่แท้จริงไม่ใช่สเนป แต่เป็นเดรโก มัลฟอย ซึ่งเขาเอาชนะมาได้ ในที่สุดโวลเดอมอร์ก็สิ้นชีพด้วยคำสาปพิฆาตของตัวเองที่สะท้อนกลับ

เรื่องจบลงด้วยฉากในอีก 19 ปีต่อมา แฮร์รี่แต่งงานกับจินนี่ และมีลูกด้วยกัน 3 คน คือ เจมส์, อัลบัส เซเวอรัส, ลิลี่ ส่วนรอนและเฮอร์ไมโอนี่ก็แต่งงานกันมีลูกด้วยกัน 2 คน คือ ฮิวโก้, โรส ทั้งสองครอบครัวพบกันที่สถานีรถไฟขณะไปส่งลูกๆ ไปยังฮอกวอตส์และแฮร์รี่ก็ไม่เคยเจ็บแผลเป็นอีกเลยหลังจากลอร์ดโวลเดอมอร์ตาย

………………………………………………………………………………………………………..

One thought on “หนังสือ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *