หนีตายสุดชีวิต! นศ.ถูกไล่ยิงเจ็บหนัก งงไม่เคยมีเรื่องกับใคร

เวลา 23.30 น เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง ได้รับแจ้งเหตุ คนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ให้มารีบปฐมพยาบาลและช่วยชีวิตชายวัยรุ่น ที่บริเวณบ้านเช่าหลังบางรักอพาร์ทเมนท์ ถนนกันตัง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง เมื่อกู้ภัยไปถึงมีชาวบ้านช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อกู้ภัยไปถึงก็ทำการช่วยชีวิต นายเจษฎากร อายุ 18 ปี เป็นนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพตรัง ถูกยิงเข้าที่หน้าขาด้านขวา และส้นเท้าซ้ายเลือดไหลไม่หยุดเป็นกองใหญ่ และนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บขึ้นรถกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง เพื่อไปส่งยังโรงพยาบาลศูนย์ตรัง โดยมีรถพยาบาลศูนย์แพทย์นเรนธร 1669 มารับอีกทอดที่บริเวณ สี่แยกสาริการามเพื่อนำตัวไปส่งโรงพยาบาลศูนย์ตรังทันที

ร.ต.ท.รัฐกาญจน์ พรมราช ร้อยเวร สภ.เมืองตรัง รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ จุดแรก บริเวณถนนกันตัง ตรงหน้าร้านเกม โค้งเวทิน ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง จึงรุดมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 ปลอก เจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบพยายามหากล้องวงจรปิดที่บริเวณดังกล่าว ชาวบ้านบอกว่าได้ยินเสียงปืน 3 นัดตรงหน้าร้านเกม จุดที่ 2 พบรถจักรยานยนต์ 1 คัน เปื้อนเลือด ส่วนที่บริเวณพื้นหน้าร้านค้า พบกองเลือดขนาดใหญ่ ตำรวจจึงถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน

เพื่อนของผู้ได้รับบาดเจ็บ บอกว่า เพื่อนทั้ง 3 คน เป็นนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพตรัง 2 คน และวิทยาลัยเทคนิค 1 คน ขับขี่รถกลับมาจากเที่ยวตลาดกลางคืน ขณะขับรถมาถึงหน้าบ้านนายเจษฎากร อายุ 18 ปี และจะลงจากรถทันใดนั้นมีชายขับขี่รถจักรยานยนต์ ประกบไล่ยิงเพื่อนของตน จนนายเจษฎากร ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ไม่สามารถจอดรถได้เพื่อนๆ ขับรถจักรยานยนต์หนีสุดชีวิต แต่ชายคนดังกล่าวยังขับรถจักรยานยนต์ไล่ยิงไป 5-6 นัดอีก ก่อนที่เพื่อนของตนทั้ง 3 คน จะขับหนีตายมาขอความช่วยเหลือตนที่บ้าน จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจและกู้ภัยให้มาช่วยเพื่อนที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมระบุว่าแปลกใจที่ถูกทำร้าย เพราะกลุ่มพวกตนไม่เคยมีเรื่องกับใคร

ลูกพาพ่อชราไปหาหมอ ไม่ทันถึงรพ.รถชนตายต่อหน้าต่อตา

เมื่อเวลา 01.00 น. ร.ต.อ.สนิท น้อยเซ็น พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุตรดิตถ์ รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันเหตุเกิดที่บริเวณหน้าโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดอุตรดิตถ์ ถนนฤดีเปรม ต.ท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เยื้องกับห้างสรรพสินค้าโลตัส มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ สีบรอนซ์เงิน ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บธ-1248 สภาพด้านหน้าตัวรถและเครื่องพังยับเยิน จนดันฝากระโปรงรถเปิดขึ้น กระจกหน้ารถแตก อุปกรณ์หน้ารถแตกกระจัดกระจายเกลื่อนถนน จอดขวางอยู่กลางถนน เส้นทางขาเข้าตัวเมืองอุตรดิตถ์ พบศพผู้ชายทราบชื่อ นายเจริญ อายุ 81 ปี นั่งเสียชีวิตอยู่บนเบาะที่นั่งคู่คนขับ โดยศีรษะพาดอยู่ที่บริเวณคอนโซลหน้ารถ

โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยวัดหมอนไม้และศูนย์กู้ชีพอุตรดิตถ์ ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ บริเวณใกล้กับจุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะ สีดำ ยี่ห้อ อีซูซุ รุ่นดีแม็คซ์ หมายเลขทะเบียน บธ-4910 อุตรดิตถ์ จอดแน่นิ่งอยู่ข้างรั้วกำแพงโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยหันหัวรถออกมาทางหน้าถนน บริเวณล้อหลังซ้ายของคนขับ พบร่องรอยถูกชนกระแทกอย่างแรงโครงกระบะด้านซ้ายและล้อได้รับความเสียหาย คนขับไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ทราบชื่อว่า นายธนากร อายุ 24 ปี

จากการสอบสวนทราบว่า นายเจริญ ผู้เสียชีวิต ซึ่งมีโรคประจำตัวคือโรคหอบ เกิดป่วยกะทันหัน มีอาการหายใจติดขัดหายใจไม่สะดวก ครอบครัวจึงพาพ่อไปหาหมอที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ โดยมีนายสายชล อายุ 51 ปี ลูกชายนายเจริญเป็นคนขับ วิ่งตามเส้นทางเข้าเมือง เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะสีดำของนายธนากร วิ่งมาด้วยความเร็วและหมุนเคว้งกลางถนนข้ามฝั่งมา เป็นเหตุให้รถของนายสายชลซึ่งวิ่งมาตามทางเบรกไม่อยู่ พุ่งเข้าชนที่บริเวณกระบะซ้ายด้านหลังตรงกับล้อรถยนต์พอดี จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

ขณะที่นายธนากร ให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า เป็นช่างเชื่อมอู่แห่งหนึ่งในตัวเมืองอุตรดิตถ์ เสร็จงานแล้วไปส่งเพื่อนที่ค่ายทหาร วิ่งรถออกจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ เพื่อกลับบ้านที่ศรีสัชนาลัย ก่อนเกิดเหตุมีฝนตกลงมา ระหว่างวิ่งผ่านหน้าโลตัสจึงเตะเบรก รถเกิดหมุนเคว้งและวิ่งข้ามเลนจนเกิดเหตุดังกล่าว เชื่อว่าเกิดจากถนนลื่นทำให้เบรกไม่อยู่

ล่าสุด ทางพนักงานสอบสวนยังไม่แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ใด ถึงการขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต คงต้องรอพยานผู้ได้รับบาดเจ็บให้การก่อน แล้วนำมาประกอบสำนวนพร้อมแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่กระทำผิดในคดีนี้

กระบะพุ่งชนท้ายสิบล้อ ส.จ.เติ้ง ลูกชายโสภณ ซารัมย์ เสียชีวิต

เมื่อเวลา 01.00 น. สภ.ทะเมนชัย อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายรถบรรทุกอ้อย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดที่บ้านโคกสว่าง หมู่ 3 ต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ จึงรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.เมืองแฝก

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ 4 ประตู สีดำ หมายเลขทะเบียน กฉ 2323 บุรีรัมย์ ชนอัดก็อบปี้กับรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 82-5993 บุรีรัมย์ ที่จอดอยู่ข้างทาง ซึ่งมี นายทองใบ อายุ 63 ปี เป็นคนขับ โดยสภาพด้านหน้ารถกระบะพังยับเกือบถึงกระบะท้าย มีผู้บาดเจ็บติดอยู่ในรถกระบะ 3 ราย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำผู้บาดเจ็บออกจากตัวรถ ทราบชื่อคือ นายอมฤต อายุ 24 ปี เป็นคนขับรถกระบะได้รับบาดเจ็บแขนซ้ายหัก และหญิงสาวไม่ทราบชื่อ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

นอกจากนั้น ยังมีนายอาณัตพณ ซารัมย์ หรือ ส.จ.เติ้ง อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ เขต อ.คูเมือง เขต 2 เป็นบุตรชายคนโตของ นายโสภณ ซารัมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ติดอยู่บริเวณที่นั่งด้านคู่หน้ากับคนขับ อาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ชีพต้องใช้เวลานานกว่า 30 นาที จึงนำร่างออกมาได้เพื่อช่วยเหลือนำส่ง รพ.เอกชนบุรีรัมย์ แต่ได้เสียชีวิตก่อนถึงมือแพทย์
จากการสอบสวน นายทองใบ คนขับรถบรรทุก ให้การว่าก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของคืนวันที่ 24 มี.ค. ได้กลับจากนำอ้อยไปส่งที่โรงงาน และแวะกลับมากินข้าวและพักผ่อนที่บ้านซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่จอดรถ กระทั่งได้ยินเสียงดังสนั่นจึงเดินออกมาดู ก็พบมีรถกระบะพุ่งชนท้ายรถของตนเองดังกล่าว

จากการสอบสวน นายอมฤต ซึ่งเป็นคนขับรถกระบะและเป็นญาติของผู้เสียชีวิต ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมเพื่อน และส.จ.เติ้ง ได้กลับจากไปช่วยงานในตัวเมืองบุรีรัมย์ หลังจากเสร็จงานจึงพากันขับรถกลับบ้านพัก ที่บ้านหนองเก้าข่า ต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร

โดย ส.จ.เติ้ง นั่งอยู่ด้านหน้าข้างคนขับ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งและถนนแคบ ประมาณ 2.50 – 3 เมตร รถวิ่งสวนกันลำบาก ประกอบกับในจุดเกิดเหตุไฟฟ้าส่องสว่างเสีย จึงทำให้ทางค่อนข้างมืด มองไม่เห็นรถบรรทุกจอดอยู่ริมถนน จึงขับพุ่งชนท้ายอย่างจัง เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และจะได้เรียกตัวคนขับรถบรรทุกมาสอบสวน และรอสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

ถนนข้าวสารประกาศงดสาดน้ำสงกรานต์

สงกรานต์ปีนี้ถนนข้าวสารงดจัดงานสงกรานต์ เร่งประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยวให้ทราบ แต่ยังคงจัดงานวัฒนธรรมแบบไทยๆ ทำบุญตักบาตรและสรงน้ำพระ

นายปิยะบุตร จิวระโมไนย์กุล นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ปี 2560 ที่กำลังจะถึงนี้ ถนนข้าวสารจะงดจัดกิจกรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย หลังจากที่ได้ประชุมร่วมกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจและกรุงเทพมหานครแล้ว เนื่องจากสถานที่โดยรอบของถนนข้าวสารอยู่ใกล้เคียงเส้นทางจราจรที่ประชาชนจะเดินทางมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หากมากันเป็นจำนวนมากเหมือนเช่นทุกปีก็จะกระทบกับเส้นทางจราจรต่างๆ ได้
ซึ่งที่ถนนข้าวสารในทุกวันจะมีการประกาศเสียงตามสายให้ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับทราบว่าปีนี้ไม่มีการจัดงานแต่จะกลับมาจัดใหม่ในปี 2561 ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ประชาชนในถนนข้าวสารจะยังคงรักษาประเพณีที่ดีงาม โดยเฉพาะช่วงเช้าของวันที่ 13 เมษายน 2560 จะมีการนิมนต์พระสงฆ์มาทำบุญตักบาตรและสรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในวันปีใหม่ไทย

‘หัวหน้ากุ๊กหนุ่มใหญ่’ น้อยใจชายคนรัก ผูกคอดับลาโลก

หนุ่มใหญ่วัย 47 ปี ผูกคอกับขื่อในบ้านเช่า จนสิ้นใจ โดยได้เขียนข้อความทิ้งไว้ ตัดพ้อชายคนรักที่หลอกลวง

เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 25 มี.ค. 60 ร.ต.อ.กาฬสิน ปากวิเศษ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุคนผูกคอเสียชีวิตที่ บ้านหลังหนึ่ง ซอยไร่ฝ้าย หมู่ 1 ต.รั้วใหญ่ ข้างวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช และ สมาคมเณรแก้วกู้ภัยทางหลวงสุพรรณบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเช่า 2 ชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูน ภายในห้องนอนชั้นล่างที่บันไดทางขึ้นพบศพ นายไพฑูรย์ หรือ ปุ๊กกี้ อายุ 47 ปี ใส่เสื้อสียืดสีน้ำเงิน กางเกงขา 3 ส่วน สีครีม ใช้เชือกไนลอนผูกคอตัวเองกับขื่อบ้าน สภาพศพขึ้นอืด ลิ้นจุกปาก มีน้ำเหลืองไหลออกบริเวณจมูก ปาก และทวารหนัก ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งทั่วบริเวณ ตรวจสอบภายในห้องพบที่นอนและข้าวของกระจายเกลื่อนพื้น
จากการสอบสวน นายอภัยสิน อายุ 38 ปี เพื่อนร่วมงานผู้ตายให้การว่า นายไพฑูรย์ เป็นหัวหน้ากุ๊กอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง หมู่ 1 ต.สนามชัย มีลักษณะเป็นเกย์ ได้มาเช่าบ้านหลังกล่าวอยู่เพียงลำพัง แต่มักจะมีเด็กหนุ่มแวะเวียนมาหาที่บ้านอยู่เป็นประจำ

กระทั่งเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายได้หายตัวไป ตนจึงมาตามหาที่บ้านพัก พบนายไพฑูรย์ผูกคอตัวเองเสียชีวิตอยู่ในห้องพัก สภาพบวมอืด กลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

จากการตรวจสอบภายในห้องพักบริเวณข้างที่นอน พบจดหมายลาตาย “โดยมีข้อความว่า มิ้น 130 เณรแก้ว เราไปแล้ว ขอให้มีความสุขนะ มีแต่โกหกหลอก เราขอไปตามทางของเรานะ”

หนุ่มใหญ่ถูกใส่ยาฆ่าหญ้าในบ่อน้ำ คาดปลาทู 2 เข่ง ปมแค้น

หนุ่มใหญ่โร่แจ้งความถูกมือมืดใส่ยาฆ่าหญ้าในบ่อน้ำ หวังฆ่ายกครัว คาดเพื่อนบ้านล้างแค้น ฟ้องแม่ค้าว่าขโมยปลาทู 2 เข่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (25 มี.ค.) สภ.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้รับแจ้งจาก นายสมคิด อายุ 41 ปี ชาวบ้าน ม.4 ต.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง แจ้งว่า มีคนร้ายลักลอบเทน้ำยาฆ่าหญ้าลงในบ่อน้ำสำหรับไว้บริโภค ขอให้ไปตรวจสอบด้วย

จึงเดินทางไปพร้อมนายสมคิด ที่บริเวณหน้าบ้านดังกล่าวพบบ่อน้ำกว้างประมาณ 1 เมตร 50 เซนติเมตร ลึกประมาณ 8 เมตร มีน้ำอยู่ประมาณ 4 เมตร มีแผ่นกระเบื้องที่มุงหลังคาปิดฝาบ่ออยู่ พอเปิดฝากระเบื้องออกมา ก็ได้กลิ่นเหม็นตลบอบอวนเป็นกลิ่นยาฆ่าหญ้า

นายสมคิด บอกว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.ของวันนี้ตนได้ยินเสียงสุนัขเห่า และเวลาประมาณ 11.30 น.ตนจะไปอาบน้ำโดยต้องเอากระป๋องหย่อนลงไปในบ่อเพื่อตักน้ำขึ้นมาอาบ พอเปิดฝาบ่อได้กลิ่นเหม็นฉุนมากว่าเป็นยาฆ่าหญ้า

เมื่อมองลงไปในบ่อน้ำพบฟองลอยอยู่เต็มบ่อ จึงเรียกเพื่อนบ้านมาดู ต่างก็บอกว่าเป็นกลิ่นของยาฆ่าหญ้า เจ้าหน้าที่จึงเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจพิสูจน์ ที่กองพิสูจน์หลักฐานกรุงเทพฯ ว่าเป็นสารเคมีชนิดใด

ส่วนสาเหตุ จากการสอบสวนนายสมคิด ให้การว่า เมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ตนมีเรื่องกับ นายเสงี่ยม อายุ 60 ปี กล่าวหาว่าตนไปฟ้องป้าแจ๋ว แม่ค้าขายปลาทูว่า นายเสงี่ยม ไปขโมยปลาทู 2 เข่ง จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับไป พอประกันตัวออกมาคาดว่าจะมาแก้แค้นตน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ต้องขอตรวจสอบน้ำในบ่อก่อนว่าเป็นสารเคมีชนิด ต้องใช้เวลาประมาณ 20-30 วัน ถึงจะทราบผล แล้วจะสืบสวนหาตัวคนร้ายต่อไป

พระสงฆ์คลั่ง! วิ่งกระโจนใส่รถพ่วงอย่างจัง คิดสั้นฆ่าตัวตาย สุดท้ายเจ็บสาหัส

เกิดเหตุพระสงฆ์ อายุราว 35-40 ปี วิ่งกระโจนใส่รถพ่วง กลางถนนเพชรเกษม หวังคิดสั้นฆ่าตัวตาย สุดท้ายเจ็บสาหัส ตรวจสอบในตัวไม่พบเอกสารใดๆ กู้ภัยเร่งนำส่งโรงพยาบาล

วันที่ 25 มี.ค. 2560 เวลา 17.20.น ศูนย์มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ได้รับแจ้งมีเหตุรถชนพระสงฆ์ ถนนเพชรเกษม หน้าวัดพระประโทน ม.4 ต.ธรรมศาลา อ.เมือง จ.นครปฐม จึงรุดไปตรวจสอบพบพระสงฆ์นอนนิ่งอยู่บนถนน อาการสาหัส จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม

จากการสอบถาม จักรยานยนต์รับจ้าง เล่าว่า ก่อนหน้านั้นพระสงฆ์รูปดังกล่าวนั่งอยู่ที่หลังโบสถ์วัดพระประโทนเล่นกับสุนัข จู่ๆไม่นานก็เดินออกมาหน้าวัดได้กระโจนออกไปให้รถพ่วงชนอย่างแรงจนร่างกระเด็นออกมาประมาณ 5 เมตร คาดเป็นการคิดฆ่าตัวตาย ซึ่งตอนแรกยังดิ้นอยู่จากนั้นหมดสติไป โชคดีไม่มีรถตามมา

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่มูลนิธิบอกว่า ในตัวไม่พบเอกสารใดๆจึงยังไม่ทราบว่าพระรูปนี้มาจากที่ไหนและไม่ทราบว่าเป็นใคร เพราะยังไม่สามารถพูดได้ต้องรอให้อาการดีขึ้นเสียก่อนจึงจะสอบถามได้

นายอำเภอเมืองกระบี่เสียชีวิต กระบะหักหลบจยย.พุ่งลงคูน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (25 มี.ค.) เมื่อเวลา 14.30 น. สภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเสียหลักลงข้างทาง เหตุเกิดถนนสายทับปริก-ห้วยโต้ หมู่ 6 ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณขาเข้าน้ำตกห้วยโต้ ก่อนถึงสะพานคลองใหญ่ ริมถนนซึ่งมีคูน้ำ ซึ่งมีสภาพเป็นหลุมลึกประมาณ 3 เมตร พบรถประจำตำแหน่งของนายอำเภอเมืองกระบี่ เป็นรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน 1กฌ 8141 กท ชนกับผนังดินภายในคูน้ำ สภาพรถด้านหน้าพังเสียหาย

ส่วนผู้บาดเจ็บมี 2 คน คือนายสุริยันต์ ณรงค์กูล อายุ 47 ปี นายอำเภอเมืองกระบี่ สภาพไม่รู้สึกตัว มีเลือดไหลออกทางหู จมูก ส่วนอีกคนเป็นคนขับทราบชื่อคือ อส.สุริยา ปัญญาสกุลวัฒน์ อายุ 59 ปี มีบาดแผลตามร่างกายอาการสาหัสเช่นกัน ทางเจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลปั้มหัวใจเบื้องต้น จากนั้นนำส่ง รพ.กระบี่ ซึ่งต่อมาเวลา 15.00 น.ได้เสียชีวิตแล้ว
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายอำเภอเมืองกระบี่ พร้อมพนักงานขับรถซึ่งเป็น อส. ได้ออกจากบ้านพัก เดินทางไปดูการก่อสร้างบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วมภายใน ต.ทับปริก มาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถจักรยานยนต์ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ขับสวนมา แต่อยู่ในเลนของนายอำเภอเมืองกระบี่

ทำให้คนขับตัดสินใจหักหลบลงข้างทาง แต่โชคร้ายที่จุดที่ลงไปนั้นเป็นคูน้ำลึกกว่า 3 เมตร ทำให้รถชนสนั่นกับผนังดินภายในคูจนเกิดการกระแทกอย่างรุนแรง จนบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตดังกล่าว ส่วน อส.สุริยา พนักงานขับรถ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรักษาตัวที่ รพ.กระบี่

ช็อก! พ่อเปิดกล้องวงจรปิดดูลูก เจอพี่เลี้ยงป้อนข้าวยัดจมูกแทบขาดใจ

พ่อชาวจีนช็อกหนัก หลังเปิดกล้องวงจรปิดเพื่อดูลูกน้อยวัย 1 ขวบกว่า แล้วเจอพี่เลี้ยงตบตีลูก ล็อคหัวบังคับให้กินข้าว จับป้อนข้าวยัดจมูก จนเด็กแทบหายใจไม่ออก ร้องไห้จ้าละหวั่น

วันนี้ (24 มี.ค.) สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า นายจาง พ่อชาวจีนในเมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน ต้องช็อกหนัก หลังเปิดกล้องวงจรปิดเพื่อดูลูกน้อยวัย 1 ขวบกว่า แล้วเจอพี่เลี้ยงหญิงชาวมณฑลเจียงซีวัย 47 ปี ที่ได้ว่าจ้างเอาไว้ให้ช่วยดูแลลูก ทำร้ายตบตีลูกตัวเอง ร้องไห้ออกมาจ้าละหวั่น ซ้ำยังล็อคหัวจนแหงนเงยไปด้านหลัง เพื่อบังคับให้กินข้าว รวมถึงจับป้อนข้าวยัดใส่รูจมูก จนเด็กแทบหายใจไม่ออก

นายจางเปิดเผยว่า ปกติเขากับภรรยาค่อนข้างยุ่ง บางครั้งบางเวลาก็ไม่ได้อยู่บ้าน หลังช่วงตรุษจีนที่ผ่านมาจึงได้ว่าจ้างพี่เลี้ยงแซ่คนนี้จากบริษัทพี่เลี้ยงเด็กเล็กๆ แห่งหนึ่ง มาช่วยดูแลลูก แต่ด้วยไม่ค่อยวางใจที่จะปล่อยลูกให้อยู่กับเธอตามลำพัง จึงได้ติดกล้องวงจรปิดไว้ในบ้าน และมักเข้าไปเช็คดูตอนเธอป้อนข้าวให้ลูกบ่อยๆ
กระทั่งช่วงเย็นเวลาประมาณ 18:00 น. ของวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา ตามเวลาในท้องถิ่น เขากลับเห็นพฤติกรรมร้ายนี้เข้า จึงได้ทิ้งงานทุกอย่างชวนภรรยาขับรถกลับบ้านทันที

เมื่อถึงบ้านก็ถือคลิปวีดิโอจากกล้องวงจรปิดนั้นไปให้พี่เลี้ยงใจโหดคนนี้ดู ซึ่งเธออ้างว่าอารมณ์ไม่ค่อยดี จึงตีไปที่เด็กเพียงเบาๆ เท่านั้น แต่หลังจากนั้นกลับคล้ายกลัวความผิด รีบเก็บกระเป๋าหลบหนีไป เขาจึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัว

หนุ่มจิตหลอนโดดเสาสัญญาณ 30 ม. ร่วงต่อหน้าชาวบ้าน

หนุ่มสติหลุดจิตหลอน ช้ำรักหลังหย่าร้างกับเมีย ย่องปีนขึ้นเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ 30 เมตร ญาติกล่อมก็ไม่ยังลง สรุปดิ่งลงมาเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา

(24 มี.ค.) เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา เกิดเหตุมีหนุ่มวัย 36 ปี มีลักษณะอาการทางประสาทหวาดระแวงว่าจะมีคนตามมาทำร้าย จึงได้ปีนหนีขึ้นไปบนเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ที่มีความสูงจากพื้นดินประมาณ 30 เมตร ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านพัก ทราบชื่อ นายกอบกุล อายุ 36 ปี ชาวอำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร สวมเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงินและสวมกางเกงขาสั้นกำลังปีนอยู่บนยอดเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์

ขณะที่ญาติพี่น้องและชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ช่วยกันเกลี้ยกล่อม ขอให้ นายกอบกุล ไต่ลงมาข้างล่าง แต่ นายกอบกุล ก็ไม่ยอมลงโดยอ้างว่าจะมีคนตามมาฆ่าจนกระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง นายกอบกุล จึงตัดสินใจกระโดดลงมาจากยอดเสา ท่ามกลางสายตาของญาติๆ และชาวบ้านร่างร่วงกระแทกพื้นดินด้านล่างอย่างแรงจนเสียชีวิตคาที่

ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ชีพขององค์การบริหารส่วนตำบลกำแมด จะได้นำร่างของ นายกอบกุล ส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลอำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร

จากการสอบถาม พี่ชายของผู้เสียชีวิต บอกว่า นายกอบกุลเคยมีภรรยามาก่อน แต่ไม่มีบุตรด้วยกันและเมื่อประมาณ 1 ปี ที่ผ่านมาได้เลิกร้างกับภรรยา ผู้เสียชีวิตจึงกลับไปพักอาศัยอยู่กับมารดาและพี่สาวและเริ่มมีอาการทางประสาท โดยหวาดระแวงว่าจะมีคนตามฆ่า ญาติๆ จึงได้พาไปรับยาระงับประสาทที่โรงพยาบาลกุดชุม มากินเป็นประจำ

กระทั่งในวันนี้ผู้เสียชีวิตบ่นปวดศีรษะ พี่สาวจึงจะพาไปรับยา แต่ในขณะที่พี่สาวเผลอ ผู้เสียชีวิตได้ปีนขึ้นไปบนเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ที่อยู่ใกล้กับบ้านพัก โดยอ้างว่าจะมีคนตามมาฆ่าญาติๆ ช่วยกันเกลี้ยกล่อมขอให้ลงมา แต่ก็ไม่เป็นผล กระทั่งกระโดดลงมาเสียชีวิตดังกล่าว