พระ-ศิษย์วัดพระธรรมกายทอดผ้าป่าระดมยา-คนทยอยช่วยเงินงานศพ

พระ – ลูกศิษย์ ปักหลักตลาดกลางจัดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีระดมยาส่งเข้าวัด มอบ 3จังหวัดชายแดนใต้ จนท.ตรวจสัมภาระเข้ม – คนทยอยช่วยเงินงานศพชายผูกคอ ขณะ ตร.รอสอบห่วงเลียนแบบ

บรรยากาศล่าสุด บริเวณตลาดกลางหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้มีการจัดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี โดยมีการประชาสัมพันธ์ให้เน้นการนำยารักษาโรคต่าง ๆ มาเป็นปัจจัยหลักในการทอดผ้าป่า เพื่อระดมยารักษาโรคต่าง ๆ เพื่อนำส่งเข้าสู่ภายในวัดพระธรรมกาย และจะมีการจัดสรรยารักษาโรคที่ร่วมทอดผ้าป่ามาได้ในครั้งนี้ นำมอบสู่พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย

โดยมีศิษยานุศิษย์เดินทางมาเข้าร่วมพิธีอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงมีกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจของกองบัญชาการตำรวจนครบาล คอยดูแลความปลอดภัย โดยจะมีการตรวจกระเป๋าและตรวจร่างกายของผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าในพื้นที่ตลาดกลาง เพื่อตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระของผู้ที่เดินทางมาในบริเวณนี้

ขณะเดียวกัน ภายหลังจากที่ นายอนวัช ธนเจริญณัฐ อายุ 64 ปี ได้ก่อเหตุปีนเสาสัญญาณสถานีเบสของโทรศัพท์มือถือที่ตั้งอยู่ด้านหลังภายในซอยใกล้กับตลาดกลางคลองหลวง เพื่อประท้วงการนำมาตรา 44 มาใช้ในพื้นที่วัดพระธรรมกาย ก่อนที่จะตัดสินใจนำเชือกมาพันกับคอแล้วปล่อยตัวลงมา เป็นเหตุให้เสียชีวิตเมื่อคืนที่ผ่านมา ทางพระสงฆ์ได้มีการตั้งโต๊ะร่วมนำเงินร่วมทำบุญงานศพ ซึ่งมีศิษยานุศิษย์และผู้ที่มาร่วมพิธีมาร่วมบริจาคเงินอย่างต่อเนื่อง
ตร.รอสอบผูกคอต้านม.44วัดพระธรรมกายห่วงเลียนแบบ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงถึงกรณีเมื่อวานที่ผ่านมา มีเหตุชายสูงอายุผูกคอเสียชีวิต กับเสาส่งสัญญาณบริเวณด้านหลังตลาดกลาง ว่า ขณะนี้ขั้นตอนของพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เบื้องต้นได้กำชับสั่งการให้เพิ่มการเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมการลอกเลียนแบบในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก และได้ส่งร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรพลิกศพที่นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ อย่างละเอียดอีกครั้งด้วย

นอกจากนี้ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังยืนยันด้วยว่า การสั่งเตรียมกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน พร้อมอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถือเป็นการสั่งเตรียมพร้อมตามปกติ เพราะตำรวจยืนยัน การใช้แผนปฏิบัติการทุกอย่างจะเป็นไปตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก โดยมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นเจ้าภาพหลักในการพิจารณา และที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยึดหลักการการเจรจาโดยไม่ใช้ความรุนแรงมาโดยตลอด

ผลรางวัลดาราเดลี่ 2016

จัดขึ้นอีกครั้งสำหรับ งานประกาศรางวัลของคนบันเทิง “ดาราเดลี่ 2016 Daradaily The Great Awards ครั้งที่ 6” โดยในปีนี้จัดคืนในค่ำวันที่ 23 ก.พ. ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ กรุงเทพฯ โดยมีรายชื่อดารานักแสดง และคนในวงการบันเทิง ที่ได้รับรางวัล ดาราเดลี่ 2016 ดังต่อไปนี้

รางวัล The Great Daimond 2016 : เศรษฐา ศิระฉายา ศิลปินแห่งชาติ

รางวัลละคร ที่สุดแห่งปี 2016 : นาคี บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด ช่อง 3

รางวัลดารานำชาย สาขาละคร ที่สุดแห่งปี 2016 : เจมส์ มาร์ ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ช่อง 3

รางวัลดารานำหญิง สาขาละคร ที่สุดแห่งปี 2016 : วรนุช ภิรมย์ภักดี ละคร พิษสวาท เอ็กแซ็กท์ – ซีเนริโอ ช่องวัน 31

รางวัล Cool Guy of the year 2016 : ณเดชน์ คูกิมิยะ

รางวัล Hot Girl of the year 2016 : อุรัสยา เสปอร์บันด์

รางวัลดาราสีสัน ที่สุดแห่งปี 2016 : มะนาว ศรศิลป์ มณีวรรณ์ รับบทปวีณา ละคร ขมิ้นกับปูน ช่อง 7

รางวัลละครซีรีส์ ที่สุดแห่งปี 2016 : เพื่อนรักเพื่อนร้าย club friday to be continued ช่อง GMM 25

รางวัลดาราดาวรุ่งชาย ที่สุดแห่งปี 2016 : ทอย ปฐมพงศ์ เรือนใจดี ละครเพื่อนรักเพื่อนร้าย (club friday to be continued) ช่อง GMM25

รางวัลดาราดาวรุ่งหญิง ที่สุดแห่งปี 2016 : พิม พิมประภา ตั้งประภาพร ละคร กาลครั้งหนึ่ง…ในหัวใจ ช่อง 7

รางวัลภาพยนตร์โฆษณา ที่สุดแห่งปี 2016 : ทรูมูฟ หมอตามรอยในหลวง

รางวัลภาพยนตร์ ที่สุดแห่งปี 2016 : แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว GDH
รางวัลดารานำชาย สาขาภาพยนตร์ ที่สุดแห่งปี 2016 : เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ภาพยนตร์เรื่อง แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว โดย GDH

รางวัลดารานำหญิง สาขาภาพยนตร์ ที่สุดแห่งปี 2016 : มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน ภาพยนตร์เรื่อง แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว โดย GDH

รางวัลนักร้องหญิง ที่สุดแห่งปี 2016 : พลอยชมพู เพลง ปลิว (Away) สังกัด MBO ในเครือ GMM Grammy

รางวัลนักร้องชาย ที่สุดแห่งปี 2016 : วงเก็ตสึโนวา เพลง คนไม่จำเป็น สังกัด Whitemusic ในเครือ GMM GRAMMY

รางวัลนักร้องลูกทุ่งชาย ที่สุดแห่งปี 2016 : มนต์แคน แก่นคูน เพลง คำว่าฮักกัน มันเหี่ยถิ่มไส ค่ายแกรมมี่โกลด์

รางวัลนักร้องลูกทุ่งหญิง ที่สุดแห่งปี 2016 : จ๊ะ อาร์สยาม เพลงแอ๊บตามกระแส แหลตามสไตล์ ค่ายอาร์สยาม

รางวัลรายการโทรทัศน์ ที่สุดแห่งปี 2016 : รายการ The Face Thailand Season 2 ช่อง 3

รางวัลพิธีกรรายการโทรทัศน์ ที่สุดแห่งปี 2016 : วราวุธ เจนธนากุล รายการตกสิบหยิบล้าน Still Standing Thailand ช่อง 7

รางวัลผู้ประกาศข่าวหรือพิธีกรรายการข่าวชาย ที่สุดแห่งปี 2016 : พุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี รายการทุบโต๊ะข่าว ช่องอมรินทร์ทีวี

รางวัลผู้ประกาศข่าวหรือพิธีกรรายการข่าวหญิง ที่สุดแห่งปี 2016 : ชลรัศมี งาทวีสุข รายการเช้านี้ประเทศไทย ช่อง 5

อีก83ปี หิมะบนเทือกเขาแอลป์ จะหายไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์

นักวิทยาศาตร์ชาวสวิส ได้รายงานผลการวิจัย ในวารสาร European Geosciences Union หรือ EGU ว่า เทือกเขาแอลป์ ดินแดนที่มีหิมะปกคลุม และเป็นสถานที่ยอดนิยมของคนเล่นสกี มีปริมาณหิมะน้อยลง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และหากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป หรือเลวร้ายไปกว่านี้ เทือกเขาแห่งนี้จะมีหิมะลดน้อยลงอย่างน่าตกใจในศตวรรษหน้า

ในรายงานระบุด้วยว่าเราสามารถจำกัดอุณภูมิโลก ให้เพิ่มขึ้นไม่เกิน 2 องศาเซลเซียลต่อปี ตามที่นานาชาติได้ตกลงกันไว้ ในข้อตกลง Paris Climate agreement เทือกเขาแอลป์ จะมีหิมะปกคลุมลดลงร้อยละ 30 ในปี 2100 แต่หากไม่สามารถทำได้ และยังคงมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หิมมะบนเทือกเขาแอลป์ จะลดลงถึงร้อยละ 70

Christoph Marty หัวหน้าทีมวิจัย จากสถาบันวิจัย Institute for Snow and Avalanche Research บอกว่า มีการจดบันทึกสถานการณ์ของหิมะมาอย่างต่อเนื่อง และนำมาวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยระบบคอมพิวเตอร์สามมิติ เพื่อการคาดการณ์ ซึ่งพบว่าการที่มีหิมะลดน้อยลงนี้ จะส่งกระทบในหลายจุด โดยเฉพาะเมืองอัลไพน์ ในฝรั่งเศส อิตาลี และสวิสเซอร์แลนด์ และจะส่งผลต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเมืองเหล่านี้ด้วย

ผู้ต้องหาคดีค้ายาไอซ์ 45 ล้าน ผูกคอตายคาห้องขัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (23 ก.พ.) เมื่อเวลา 08.00 น. เกิดเหตุ นายเฉวย หรือ เหวย ชะฏา อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาในคดี มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ตามความร้องทุกข์ของพนักงานสอบสวน สภ.หอคำ หลังเจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวพาค้นภายในบ้าน

ขณะเข้าตรวจค้นภายในห้องครัวหลังบ้าน พบกระสอบปุ๋ยวางกองอยู่จึงเปิดออกดู มีซองชาสำหรับชงกินเป็นซองสีทองจากประเทศจีนยี่ห้อหนึ่ง จึงเปิดออกมาดูพบเป็นยาไอซ์ชนิดเกล็ดสีขาว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีขาวอีกชั้นหนึ่ง จำนวน 26 ถุง น้ำหนักรวมจำนวน 34.82 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 45 ล้านบาท

โดยมีการแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา และได้นำตัวกลับมาควบคุมไว้ที่ สภ.หอคำ เพื่อรอยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลจังหวัดบึงกาฬ

กระทั่งเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่สิบเวรได้เปิดห้องควบคุมเพื่อเข้าไปตรวจ และทำความสะอาดห้องควบคุม พบนายเฉวย หรือเหวย ชะฏา ผู้ต้องหาใช้สายกระเป๋าสะพายผูกคอตัวเองกับลูกกรงเหล็กห้องควบคุม ลักษณะยืนหันหลังให้ลูกกรง เท้าทั้งสองข้างติดพื้น มือทั้งสองข้างแนบชิดลำตัวลักษณะมือเกร็งทั้งสองข้างเสียชีวิต ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตยังติดใจกับการตายในครั้งนี้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บรายละเอียด และส่งศพผู้ต้องหาไปตรวจหาสาเหตุของการเสียชีวิต ที่โรงพยาบาลขอนแก่นต่อไป

รู้ตัวแล้ว แท็กซี่ชี้หน้าด่ากราด อ้างมิเตอร์เสียขอคิดราคาเหมา

(23 ก.พ.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์คลิปวิดีโอบันทึกภาพเหตุการณ์ ผู้โดยสารคนหนึ่งขึ้นรถแท็กซี่ หลังจากนั่งไปสักพักคนขับแจ้งว่ามิเตอร์เสีย และขอคิดราคาเหมาจ่าย ซึ่งเมื่อเห็นว่าผู้โดยสารถ่ายคลิปไว้ก็ข่มขู่ และยังตามมาเอาเรื่องผู้โดยสารที่เปิดประตูหนีลงจากรถ โดยมีข้อความดังนี้

#แท็กซี่งอแงมิเตอร์พังขอตั้งราคาเอง #วางมาดเก๋าจะทำร้ายผู้โดยสาร

วันนี้ 22 กพ 17 เวลาประมาณ 17.10 น.

เรียกแท็กซี่จากบริเวณสี่แยกบางกะปิ ไปโอสถสภา

ธรรมดาชอบนั่งเบาะหน้า แต่คันนี้ คนขับเอากระเป๋าเป้มาวางไว้เลยนั่งข้างหลัง ระหว่างทางไป เราก็เล่นโทรศัพท์ตามปรกติ คนขับพยายามหาอะไรไม่รู้ในเป้ ควานๆหาตลอดเวลา พอเลยแยกลำสาลีมาซักนิดคนขับก็บอกว่า มิเตอร์เค้าเสีย ต้องคิดเงินเองนะ ดูจากมิเตอร์ไม่ได้ ก็เลยถามว่า เสียทำไมไม่ซ่อม เค้าบอกซ่อมละไม่หาย เราเลยบอกไปว่าธรรมดานั่งระยะทางนี้ โดนมากค่าโดยสารประมาณ 55 บาท เราให้ 60 ก็แล้วกัน แต่ช่วงนั้นก็เริ่มถ่ายคลิปแล้ว

คนขับแท็กซี่บอก ค่ารถยังไงก็เกิน 80 บาท เราบอกว่าถ้าตกลงไม่ได้ไป สน.ละกัน พอคนขับรู้ว่าเราถ่ายคลิปก็ข่มขู่ให้ลบ ทำท่าเหมือนจะใช้กำลัง พอรถชะลอติดเราเลยเปิดประตูวิ่งลงมาเลย

คนขับก็จอดแอบพร้อมลงมาจะหาเรื่อง เราจึงตะโกนเรียกคนให้ช่วย โชคดีที่มีคนมามุง มันเลยไม่ได้เจ้าใกล้กว่านั้น

พอดีมีตำรวจ(นอกเครื่องแบบ น่าจะออกเวรแล้ว ) ขับมอเตอร์ไซค์ผ่านมาเลยร้องให่ช่วยเคลียร์เรื่อง

#ตำรวจก็บอกว่าแท็กซี่ผิดตั้งแต่

1. ไม่สวมเสื้อยูนิฟอร์มคนขับ

2. รู้ว่ามิเตอร์เสียยังจะมาวิ่งรับผู้โดยสาร

3. เรียกเก็บค่าโดยสารเกินราคาที่ควรจ่าย

พอมันเถียงตำรวจไม่ขึ้นก็เลยขับรถหนีไป ป่านนี่ไม่รู้จะไปรับใครแล้วเรียกเงินเกินแบบนี้อีก เลยมาเตือนภัยค่ะ

ล่าสุด กรมขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลรถตามคลิปดังกล่าวแล้ว โดยทราบว่า เป็นรถคันหมายเลขทะเบียน ทพ-1714 กท. เจ้าของรถคือ ผู้ขับรถชื่อ นายบุลเสฏฐ์ อายุ 32 ปี มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะเลขที่ 58002485 สิ้นอายุ 8 พค.

ข้อหาความผิดตามคลิปดังนี้

(1) ใช้รถสิ้นอายุการใช้งาน ผิดมาตรา 6 (1) ประกอบมาตรา 60 มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

(2) ไม่ใช้มาตรค่าโดยสารผิด มาตรา 5(2) ประกอบมาตรา 58 มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

(3) แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ฯ (ข่มขู่) ผิดมาตรา 57 ฉ ประกอบมาตรา 66/2 มีโทษปรับไมเกิน 1,000 บาท

(4) อุปกรณ์ส่วนควบชำรุด ผิดมาตรา 12 ประกอบมาตรา 60 มีโทษปรับไม่เกิน 2,000บาท

วอนช่วยพิสูจน์บ่อน้ำสีชมพูผุดขึ้นวัดร้าง อ้างดื่มรักษาโรคได้

วอนช่วยพิสูจน์บ่อน้ำสีชมพูในวัดร้าง ชาวบ้านเชื่อเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ แสดงอิทธิฤทธิ์พระเกจิเข้าร่างทรงหญิงนุ่งห่มขาว

วันที่ 22 ก.พ.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดบ้านดอน ต.ขามเฒ่า อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา พบบ่อน้ำประหลาดมีน้ำขังเป็นสีชมพูอมม่วง ลักษณะเป็นบ่อซีเมนต์เก่าแก่ รูปทรงคล้ายรูปหัวใจ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เมตร ลึก 60 เซนติเมตร มีน้ำขังอยู่ประมาณครึ่งบ่อ มีสีชมพูม่วง ใส ไม่มีตะกอน และไม่มีกลิ่น ชาวบ้านเชื่อเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน หลายคนตักน้ำมาปะพรมตามใบหน้า แขนขา ปรากฏว่าน้ำเย็นเฉียบ ช่วยให้สดชื่นผ่อนคลาย

แม่แม้น ขอเหนี่ยวกลาง อายุ 71 ปี หญิงนุ่งขาวห่มขาว ที่คอยดูแลวัด บอกว่า วัดแห่งนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 2533 แต่เมื่อ 2 ปีก่อน มีสภาพเป็นวัดร้าง ไม่มีพระภิกษุจำวัด กระทั่งเมื่อ 3 เดือนก่อน มีชาวบ้านสังเกตเห็นบ่อน้ำเก่าภายในบริเวณ มีน้ำขังเป็นสีชมพู และน้ำในบ่อไม่เคยแห้ง พากันแปลกใจว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร หลายคนนำใส่ขวดไปดื่มกิน ล้างหน้าล้างตา ช่วยรักษาโรคปวดแข้งปวดขาจนอาการดีขึ้น
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านพากันจุดธูปบนบานสานกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัด ปรากฏว่าเกิดเหตุการณ์ประหลาด เมื่อหญิงนุ่งขาวห่มขาวมีอาการมือสั่น พูดเสียงดัง อ้างว่าเป็นร่างทรงของหลวงพ่อพรหมสร รอด พระเกจิดังผู้ล่วงลับ ผู้เคยสร้างวัดแห่งนี้ บอกว่าเป็นการแสดงอิทธิฤทธิ์ เนรมิตบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ น้ำในบ่อเป็นสีชมพู ให้ชาวบ้านนำไปรักษาโรคภัยไข้เจ็บ สร้างความประหลาดใจแก่ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านหลายคนอยากให้หน่วยงานราชการช่วยพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และน้ำในบ่อมีสารอันตรายต่อร่างกายหรือไม่

ตำรวจเผย แม่เด็กเอาศพลูกทิ้งขยะ เครียดสามีติดคุก

จากกรณีปู่ของหลานวัย 8 เดือน ออกมาแฉผ่านโลกโซเชียลว่าถูกแม่คลอดแล้วนำไปทิ้งขยะ ล่าสุดทางด้าน ตร.เผยแม่เด็กทำเพราะเครียดสามีติดคุก-กลัวไม่ยอมรับเลี้ยง

เมื่อวันที่ 21 ก.พ.60 คืบหน้าเรื่องนี้หลังจากทางด้านปู่ของเด็ก ได้แชร์คลิป แม่นำลูกวัย 8 เดือนมาทิ้งขยะ ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูที่เกิดเหตุ พร้อมกับบอกว่าแม่ได้ซื้อยามาทำแท้งเอง และไม่กล้าบอกลูกชายที่ยังอยู่ในเรือนจำเพราะกลัวรับไม่ได้ เพราะเขาตั้งใจเมื่อออกจากเรือนจำแล้วจะมาเลี้ยงลูก

ทางด้าน พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เปิดเผยกรณีมีคลิปหญิงสาวนำเด็กทารกไปทิ้งถังขยะหน้าอาคาร 25 โครงการเอื้ออาทรปัญญารามอินทรา ถ.ปัญญารามอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม.ว่า กรณีดังกล่าวตำรวจไปดูที่เกิดเหตุตั้งแต่เวลา 19.30 น. วันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา พบศพเด็กอายุในครรภ์ประมาณ 7-8 เดือน ถูกทิ้งในถังขยะจริง

พนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวน ได้ออกตรวจสอบกล้องวงจรปิด สอบพยานแวดล้อมไว้แล้ว ส่วนแม่ยังคงรักษาตัวในอาการตกเลือดอยู่ที่ รพ.แพทย์อนุญาตให้ออกจากรพ. ช่วง 10.00 น.วันที่ 22 ก.พ. ซึ่งตำรวจจะเชิญตัวมาสอบปากคำพร้อมสหวิชาชีพ เพราะเป็นเยาวชน โดยเบื้องต้นจะแจ้งข้อหาทำแท้งลูก มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากทางนิติเวชพิสูจน์ได้ว่าเด็กตายนอกครรภ์ข้อหาก็จะหนักขึ้น คือฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และอำพรางซ่อนเร้นศพ ซึ่งต้องรอผลการชันสูตรศพก่อน

พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวอีกว่า มูลเหตุเรื่องนี้มาจากปัญหาสังคม เยาวชนกลุ่มนี้ เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 60 ที่ผ่านมาเคยถูกตำรวจ สน.คันนายาว จับกุม นายรชานนท์ พิมพ์สุภาพร อายุ 20 ปี สามีของแม่เด็ก ที่ย่านโครงการเอื้ออาทรปัญญารามอินทราในข้อหาครอบครองยาไอซ์ 11 กรัม ไว้เพื่อเสพ อยู่ระหว่างส่งตัวดำเนินคดี เมื่อสามีติดคุก แม่เด็กก็เริ่มเครียด เกรงว่าสามีจะไม่ยอมรับ จึงตัดสินใจซื้อยาขับเลือดทางอินเตอร์เน็ต เม็ดละ 1,000 บาท จำนวน 5 เม็ด จนขับลูกออกมาได้ เมื่อเด็กถูกขับออกมาก็เอาไปทิ้งโดยไม่รู้ว่าตายหรือยัง

หนุ่มหื่นจี้สาวหวังข่นขืน เหยื่อสู้แย่งปืนยิงหมดแม็ก ดับคาที่

(20 ก.พ.) เวลาประมาณ 21.59 น. ร.ต.อ.สายันต์ นันทะพงษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้เสียชีวิตที่บ้านห้วยหมากหล่ำ ม.6 ต.ทมนางาม อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางหลวงอุดรธานี หน่วยกุมภวาปี จุดบริการ อ.โนนสะอาด

ที่เกิดเหตุ บริเวณกระท่อมนาในเขตบ้านห้วยหมากหล่ำ ม.6 ต.ทมนางาม อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี พบ น.ส.พฤหัส อายุ 35 ปี อยู่ที่กระท่อมนาที่เกิดเหตุกับ น.ส.พราว และเด็กอายุ 6 เดือน เวลาประมาณ 20.00 น. น.ส.พฤหัส ลงมาจากกระท่อมนา เพื่อจะมาให้อาหารสุนัข แล้วได้ส่องไฟฉายไป พบนายประเวช ผู้ตาย ซึ่งแอบอยู่ที่ข้างต้นไม้ แล้วผู้ตายได้ส่องไฟฉายที่เตรียมมาด้วย ส่องใส่ น.ส.พฤหัส พร้อมกับยกมือเล็งข่มขู่ บังคับผู้ต้องหาให้ไปที่ลานหิน ซึ่งห่างจากกระท่อมนาประมาณ 8 เมตร แล้วได้ยิงปืนข่มขู่ จำนวน 1 นัด

จากนั้นผู้ตายได้ใช้ปืนจี้บังคับให้ผู้ต้องหาถอดเสื้อผ้าเพื่อจะข่มขืน ส่วนชายอีกคนที่มากับผู้ตาย ได้ขึ้นไปหา น.ส.พราว ที่กระท่อมนา และใช้อาวุธมีดจี้ข่มขู่หวังจะข่มขืนเช่นกัน ระหว่างนั้น น.ส.พฤหัส ได้หลอกให้ผู้ตายขึ้นไปที่กระท่อมนา เมื่อขึ้นไปที่กระท่อมนาแล้ว ผู้ตายได้ยิงปืนข่มขู่ น.ส.พฤหัส จำนวน 1 นัด น.ส.พฤหัสจึงคว้าเอามีดที่วางอยู่ข้างฝาบนกระท่อมนาฟันไปยังผู้ตาย จำนวน 1 ครั้ง แล้วแย่งอาวุธปืนจากผู้ตายยิงผู้ตายจนหมดกระสุน

ส่วนผู้ชายอีกคนที่มากับผู้ตาย หลังจากได้ยินเสียงปืนก็วิ่งลงกระท่อมนาแล้วหลบหนีไป น.ส.พฤหัส กลัวผู้ตายฟื้นจึงได้ใช้อาวุธมีดฟันไปอีก 2-3 ครั้ง แล้วได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ 191 เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นางสาว พฤหัส พร้อมของกลางที่ตรวจยึดอาวุธปืนพกสั้น ขนาด.38 บรรจุ 6 นัด จำนวน 1 กระบอก โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง อาวุธมีด จำนวน 2 เล่ม ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ส่วนศพผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่กู้ภัยตำรวจทางหลวงพร้อมอุปกรณ์ส่องสว่างสนับสนุนที่เกิดเหตุ นำร่างผู้เสียชีวิตชันสูตรที่นิติเวชโรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่น

จับตา การต่อสู้ของธรรมกายติดธงสัญลักษณ์ ขยายผลสู่องค์กรพุทธนานาชาติ?

วันนี้ (21 ก.พ.60) มีข้อเรียกร้องหลายอย่างจากทีมวัดพระธรรมกาย ตั้งแต่การขอให้เจ้าหน้าที่เปิดพื้นที่ให้บุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้ค้า ผู้อยู่อาศัย ในเมืองแก้วมณี ฝั่งถนนเลียบคลองแอน เข้าไปภายในวัดจนถึงตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ ตั้งแต่การนำรั้วเหล็กมากั้นเสริมถึง 2 ชั้น พร้อมการปักธงที่เป็นตราสัญลักษณ์ของศาสนาพุทธ และการเคลื่อนไหวของลูกศิษย์ที่เรียกร้องให้ยกเลิก มาตรา44 เป็นการเรียกร้องของฝั่งลูกศิษย์วัดพระธรรมกายที่อ้างว่า การใช้อำนาจมาตรา 44 ทำให้พวกเขาเดือดร้อนอย่างมากตั้งแต่เด็ก จนถึง คนชรา ที่อาศัยอยู่ในเมืองแก้วมณี ใจความสำคัญคือต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้ามาเจรจาเปิดทางให้สามารถเข้า-ออกสะดวก และอ้างว่า การนำเด็กมาอยู่ด้านหน้า ไม่ได้ต้องการนำมาเป็นโล่ห์มนุษย์หากมีการปะทะหรือเผชิญหน้า

รวมไปถึงการประท้วงของผู้ค้าที่อ้างว่าค้าขายในเมืองแก้วมณี พวกเขาอ้างว่า การใบขอใบอนุญาตแจ้งความจาก สภ.คลองหลวง เพราะต้องการเข้าไปประกอบอาชีพ ซึ่งตอนเช้าพบว่า มีการเคลื่อนย้ายเสบียงอาหารจำนวนมาก เข้าไปในเมืองแก้วมณี วัดพระธรรมกาย แต่เมื่อตรวจสอบพบว่า ใบอนุญาตไม่ใช่ข้อตกลงของ สภ.คลองหลวงกับดีเอสไอ ทำให้ตอนบ่าย ทุกคนถูกสกัดห้ามเข้า และทำให้มีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่ แต่พบว่าตำรวจตระเวณชายแดนแถวหน้าไม่ได้ตอบโต้ใดๆ แค่กันพื้นที่ไว้

การนำแผงเหล็กมาวางเสริมเป็น 2 ชั้น เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. ที่ผ่านมา ทางวัดให้คำชี้แจงว่า เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแนวรั้วเหล็ก โดยอ้างว่า ไม่ได้ต้องการทำไว้เพื่อป้องกันการปะทะ หรือการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้า ส่วนธงที่ปักไว้อย่างที่บอกเป็นธงสัญลักษณ์ศาสนาพุทธ ถูกติดไว้โดยรอบขอแนวรั้วเหล็กและรอบเต็นท์กลางถนนคลองแอน เรื่องนี้คนที่ติดตามการเผชิญหน้าระหว่างฝ่ายวัดพระธรรมกายและเจ้าหน้าที่ ต่างตั้งข้อสังเกตว่า เป็นกลยุทธ์ของฝ่ายวัดพระธรรมกาย ที่ต้องการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ เพื่อเป็นการขยายผลเรื่องนี้ ไปสู่องค์กรพุทธนานาชาติหรือไม่

ยุทธวิธีของตำรวจเห็นชัดเจนว่าไม่ตอบโต้ ปะทะ หรือเผชิญหน้าจนอาจเกิดความรุนแรง แต่วางแผนการเชิญเหตุ รับมือโดยนำแผงเหล็กมากั้นกลางถนนคลองหลวง เพื่อต้องการดักทางลูกศิษย์วัดพระธรรมกายที่จะข้ามฝั่งมาฝั่งถนนเลียบคลองเเอน เพราะตรงข้ามเป็นตลาดกลางคลองหลวง เป็นอีก 1 จุด ที่ มีพระ-ลูกศิษย์ปราศรัยสวดมนต์ตั้งแต่เมื่อวานนี้

ขณะที่วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ดูผ่อนปรนไม่นำตำรวจหญิงมารองรับเหตุการณ์เป็นแนวหน้าให้เห็น มีเพียงตำรวจตระเวนชายแดน ผลัดเปลี่ยนเวรกันทุก 1 ชั่วโมง

2 พี่น้องฆ่าหนุ่มใหญ่ถ่วงแม่น้ำ ฉุนลวนลามแม่วัย 62 ปี

จากกรณี ที่พบศพ นายอรุณ อายุ 43 ปี ไม่สวมกางเกง ใส่เสื้อยืดคอกลมสีน้ำตาล ถูกมัดมือและเท้า ไขว้หลังด้วยเชือกไนล่อนสีเขียว ที่บริเวณแขนและขาตั้งแต่ข้อพับ โดยสภาพศพถูกยิง และมัดติดกับแท่งเสาปูนคอนกรีต กว้าง 25 ซม. ยาว 80 ซม. ถ่วงทิ้งลงแม่น้ำยม แล้วลอยอืดขึ้นผิวน้ำ ที่บริเวณแม่น้ำยม หมู่ที่ 9 ต.สามง่าม อ.สามง่าม จ.พิจิตร เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา

ล่าสุด (20 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามง่าม จ.พิจิตร ได้ทำการจับกุมตัวนายพงค์พีระ อายุ 38 ปี และ นายวสันต์ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิจิตรที่ 21/2560 ลงวันที่ 19 ก.พ.2560 ที่ร่วมกันฆ่านายอรุณ แล้วนำศพมัดกับเสาปูน มาทิ้งลงแม่น้ำยม

พ.ต.อ.ชูศักดิ์ แจ่มฟ้า ผกก.สภ.สามง่าม จังหวัดพิจิตร ระบุว่า จากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบทราบจากทราบตัวผู้เสียชีวิต ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ใกล้เคียง ซึ่งพบว่าผู้ตายได้ทำการมาเช่าห้องอาศัยบ้านของผู้ต้องหา จึงได้ทำการควบคุมผู้ต้องหามาสอบสวน จนหนึ่งในผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่า เนื่องจากมีการทะเลาะกัน ก่อนจะร่วมกัน นำศพมัดกับเสาปูน มาทิ้งในแม่น้ำยม
ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ในจุดที่เกิดเหตุ หมู่ที่ 9 บ้านยางโทน ตำบลบ้านนา อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร พบว่า เป็นสถานที่ที่เปิดกิจการห้องเช่ารายเดือน โดยพบว่า นายอรุณ ผู้ตายเข้าเช่าอาศัย ในห้องเลขที่ 3 นานกว่า 2 เดือน ซึ่งในวันเกิดเหตุ นางแสวง แม่ของผู้ต้องหา อายุ 62 ปี ระบุว่า ขณะที่ตนเองทำกับข้าวอยู่หลังบ้าน ผู้ตายได้เดินเข้ามาก่อเหตุลวนลาม

เป็นจังหวะที่ลูกชายคนเล็กคือนายพงค์พีระเข้ามาเห็น จึงเกิดโมโหหยิบจอบที่บริเวณหลังบ้านมาตีผู้ตาย จากนั้นได้ให้ผู้ที่เป็นแม่เข้าไปในบ้าน ตนเองไม่ทราบว่าลูกก่อเหตุอะไรต่อ จนรุ่งเช้าไม่เห็นผู้ตายในห้องเช่า และมาทราบข่าวว่าผู้ตายหายตัวไป และมาทราบว่าลูกชายทั้ง 2 คน เป็นผู้ต้องหา

จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ทำไปเพราะบันดาลโทสะ ที่ผู้ตายเข้าลวนลามจะทำร้ายผู้เป็นแม่พร้อมตั้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่น,ร่วมกันซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการเกิดการตายหรือเหตุแห่งการตาย,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป