เศรษฐีฮ่องกงประกาศขึ้นสินสอดเป็น 6,400 ล้านบาท ให้หนุ่มที่ทำให้ลูกสาวเลสเบี้ยน กลับใจเป็นหญิงแท้ได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ซีซิล จ้าว นักธุรกิจเศรษฐีพันล้านของฮ่องกง เสนอสินสอด 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,400 ล้านบาท ให้ผู้ชายที่จะแต่งงานกับ จีจี จ้าว ลูกสาวซึ่งมีรสนิยมทางเพศแบบหญิงรักหญิง

โดยการประกาศครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ ซีซิลประกาศต่อสาธารณชนตั้งแต่ปี 2555 ว่าจะเสนอสินสอด ซึ่งเป็นเงินสดและทรัพย์สินรวม 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,135 ล้านบาท ให้ผู้ชายที่สามารถทำให้ลูกสาวกลับมาเป็นผู้หญิงแท้ได้ ถึงแม้ว่าจะเสนอเงินมูลค่ามหาศาล แต่กลับไม่มีผู้ชายคนไหนรับเงื่อนไขดังกล่าว

ทว่าแม้สังคมจะเงียบต่อข้อเสนออันสูงค่าดังกล่าว เศรษฐีใหญ่ก็ไม่ย่อท้อ ต่อมาในปี 2557 ประกาศเพิ่มสินสอดให้ชายที่รับเงื่อนไขดังกล่าวได้ โดยเพิ่มเงินเป็น 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 4,276 ล้านบาท กระทั่งล่าสุดในปี 2560 ประกาศเพิ่มสินสอดเป็น 3 เท่าของครั้งแรกเป็น 180 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,400 ล้านบาท

ซีซิล จ้าว นักธุรกิจหมื่นล้านชาวฮ่องกงประกาศลั่น พร้อมยกสินสอด 6 พันล้านบาท ให้กับหนุ่มใดก็ตามที่มาขอ จีจี้ จ้าว ลูกสาวที่เป็นเลสเบี้ยนแต่งงาน

กลายเป็นข่าวฮือฮาขึ้นมาอีกครั้งสำหรับเจ้าพ่อนักลงทุนผู้ร่ำรวยมหาศาลชาวฮ่ององอย่าง ซีซีล จ้าว ซึ่งหลังจากที่เขาออกมาประกาศในปี 2555 ว่าจะเสนอสินสอดเป็นเงินจำนวน 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2 พันล้านบาท ให้กับหนุ่มรายใดก็ตามที่สามารถพิชิตใจ จี้จี้ จ้าว ลูกสาวที่มีรสนิยมชื่นชอบเพศเดียวกันของเขาได้

โดยล่าสุด (11 มกราคม 2560) เว็บไซต์เซย์ชีสทีวี รายงานว่าซีซิล จ้าว พร้อมเสนอสินสอดเพิ่มให้อีก 3 เท่า!

ทั้งนี้ เป็นเพราะ ซีซิล จ้าว มีความปรารถนาอย่างมากที่จะเปลี่ยนใจลูกสาวสุดที่รักให้กลับมาเป็นหญิงแท้ ถึงแม้ว่าจะทุ่มทุนเท่าไรก็ยอม ซึ่งดังที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่า ในปี 2555 ซีซิล จ้าวได้ออกมาประกาศหาลูกเขยพร้อมเสนอสินสอดจำนวนมหาศาล ในครั้งนั้นมีชายหนุ่มมากมายเสนอตัวเข้าชิงตำแหน่งนี้ถึงกว่า 20,000 คน ซึ่งแน่นอนว่าจีจี้ ลูกสาวคนสวยของเขา ที่คบหาดูใจอยู่กับแฟนสาวมานานกว่า 9 ปีแล้วนั้น กล่าวเซย์โน ปฏิเสธไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้น

เวลาผ่านไป 2 ปี ซีซิล จ้าว ก็ยังคงไม่เปลี่ยนใจ โดยในปี 2557 เขาเสนอเงินเพิ่มให้อีกเป็น 2 เท่าไปเป็น 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเป็นเงินไทยกว่า 4.2 พันล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่าสาวจีจี้ก็ปฏิเสธอีกเช่นเคย และล่าสุด ณ เวลานี้ซีซิล จ้าวได้ประกาศเพิ่มเงินค่าสินสอดขึ้นไปเป็น 180 ล้านดอลลาร์ หรือราว 6.4 พันล้านบาท ซึ่งมากกว่าครั้งแรกถึง 3 เท่าเลยทีเดียว

ปชช.ทยอยเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่น-เข้มจุดคัดกรอง

ประชาชน ทยอยเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพเนืองแน่น ตร. รปภ.เข้ม 8 จุดคัดกรอง จิตอาสา-ร่วมด้วยช่วยกัน ประจำจุดคอยให้บริการข้อมูลต่างฯ แพร่ ประจวบฯ ร้อยเอ็ด ระนอง พิจิตร รอบ4กราบพระบรมศพ

บรรยากาศบริเวณด้านหน้าพระบรมมหาราชวังในช่วงเช้าวันนี้ พสกนิกรจากทั่วสารทิศยังคงพร้อมใจแต่งกายชุดสีดำ เดินทางมาต่อแถวเพื่อเข้ากราบถวายบังคม พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่องโดยในช่วงเช้านี้ ทางสำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายบังคม พระบรมศพ เป็นกลุ่มแรกผ่านทางประตูวิเศษไชยศรี จากนั้นหลังเวลา 08.00 น. จะเปิดให้เข้าทางประตูมณีนพรัตน์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงจัดให้ประชาชนตั้งแถวภายในเต็นท์ ตรงข้ามประตูวิเศษไชยศรี หน้ากรมศิลปากร ตลอดตามทางถนนหน้าพระธาตุ ส่วนท้ายแถว เจ้าหน้าที่จัดให้คอยบริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งทิศเหนือเช่นเดิม ส่วนบรรยากาศโดยรอบ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ยังคงมีการตั้งเต็นท์เพื่ออำนวยความสะดวก รวมทั้งบริการอาหารและน้ำดื่มแก่ประชาชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ยังคงให้บริการยืมชุดสุภาพสำหรับประชาชนที่ต้องการจะเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพแต่งกายมาไม่เหมาะสม ส่วนเหล่าบรรดาจิตอาสาหลายกลุ่มได้นำอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ที่จำเป็น มาแจกจ่ายแก่ผู้ที่เดินทางมา พร้อมร่วมกับเจ้าหน้าที่ของทางกรุงเทพมหานครในการเดินรอบท้องสนามหลวง เพื่อร่วมเก็บขยะออกจากพื้นที่ เช่นเดียวกับ จุดร่วมด้วยช่วยกัน บริการประชาชน มีเจ้าหน้าที่มาประจำคอยให้บริการข้อมูลต่างฯ ประชาสัมพันธ์เส้นทางและสภาพการจราจร พร้อมทั้งรับแจ้งเหตุเร่งด่วน รวมทั้งมีชุดเจ้าหน้าที่ค่อยให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ประชาชนที่เดินทางมา

ด้านมาตรการการดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบ เจ้าหน้าที่ยังคงประจำตามจุดคัดกรองทั้งหมด 8 จุดหลัก เพื่อตรวจบัตรประชาชน และค้นกระเป๋าสัมภาระของผู้ที่จะเข้ามาในท้องสนามหลวงอย่างละเอียดเพื่อป้องกันเหตุอันตราย

แพร่ประจวบฯร้อยเอ็ดระนองพิจิตรรอบ4กราบพระบรมศพ

นายสมชาย เกียรติก้องแก้ว ผู้อำนวยการส่วนยุทธการและการข่าว สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ในวันนี้ (4 ธ.ค. 2559) จะมีประชาชนจาก 5 จังหวัด ประกอบด้วย  แพร่, ประจวบคีรีขันธ์, ร้อยเอ็ด, ระนอง และพิจิตร เดินทางเข้ากราบถวายบังคม พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นรอบที่ 4 โดยจะมีการนำประชาชนมา จังหวัดละประมาณ 750 คน รวมแล้วประมาณ 3,000 คน  สำหรับสาเหตุที่เพิ่มจ.พิจิตร เข้าไปอีก 1 จังหวัดนั้น สืบเนื่องจากกรณี สำนักพระราชวัง ประกาศงดการกราบถวายบังคม พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 1 มกราคม 2560 และเปิดให้ประชาชนลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร แทนซึ่งตามแผนเดิมกำหนดไว้ว่าจะเป็นคิวของ จ.พิจิตร นครปฐม มหาสารคาม และ พัทลุง ก็จะถูกเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 4, 5, 6 และ 9 มกราคม 2560 ตามลำดับ วันละ 1 จังหวัด แทน

ด้านนายพยนต์ อัศวพิชยนต์  เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ในส่วนของจ.พิจิตร ได้ปล่อยขบวนรถของพสกนิกร 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.บึงนาราง, ตะพานหิน และ โพทะเล อำเภอละ 250 คน ออกเดินทางจากหน้าที่ว่าการอำเภอบึงนาราง ในเวลา 18.30 น. วานนี้ และมีกำหนดว่าจะต้องถึงหน้ากองสลากฯราชดำเนิน(เก่า)ก่อนเวลา 04.00 น.  ทั้งนี้พบอุปสรรคด้านการจราจรติดขัดเพราะเป็นช่วงที่มีประชาชนใช้เส้นทางกลับเข้ากทม. โดยเฉพาะที่บริเวณทางผ่านเขต จ.นครสวรรค์

จนท.เปิดให้ปชช.เข้าประตูมณีนพรัตน์กราบพระบรมศพแล้ว

บรรยากาศล่าสุด บริเวณด้านหน้าพระบรมมหาราชวัง พสกนิกรจากทั่วสารทิศยังคงพร้อมใจแต่งกายชุดสีดำ เดินทางมาต่อแถวเพื่อเข้ากราบถวายบังคม พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ทางสำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะ พระบรมศพ ผ่านทางประตูมณีนพรัตน์ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นมา

ส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว ได้เริ่มให้เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ได้จนถึงเวลาประมาณ 16.00 น. ซึ่งขณะนี้นักท่องเที่ยวได้ทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยประชาสัมพันธ์เสียงตามสายเป็นภาษาต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและทำความเข้าใจแก่ประชาชนที่เดินทางมา

ขณะเดียวกัน ในวันนี้คณะครูและเจ้าหน้าที่ จากสำนักงานเขตการศึกษาลพบุรี เขต 2 ได้มีการนำเยาวชนลูกเสือจากหลากหลายโรงเรียน รวม 100 คน มาร่วมเป็นจิตอาสาช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคม พระบรมศพ ซึ่งหลังจากที่ได้ร่วมเป็นจิตอาสาแล้ว มีความตั้งใจจะไปต่อแถวเพื่อเข้ากราบถวายบังคม พระบรมศพ ต่อไป