พนง.ปล่อยรถหมอชิต เถียงกันยิงปืนขู่ ผดส.โดนลูกหลงเจ็บ

พนักงานปล่อยรถหมอชิต จาก 2 บริษัท เถียงกัน-ชักปืนลูกโม่ออกมายิงลงพื้น 1 นัด กระเด็นถูกผู้โดยสารสาวกำลังยืนซื้อตั๋วอยู่

เมื่อคืนวานนี้ (18 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ หมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร 6 จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ จุดเกิดเหตุบริเวณชั้น 3 ของอาคาร ซึ่งเป็นโซนซื้อตั๋วโดยสารรถประจำทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ตรวจสอบบริเวณใกล้กับร้านสะดวกซื้อ พบผู้โดยสารหลายคนยังตกใจกับเหตุการณ์ ห่างออกไปพบปลอกกระสุนปืนขนาด .22 ตกอยู่ ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้โดยสารหญิงสาวที่โดนลูกหลง หลังจะมาจองซื้อตั๋วรถโดยสาร กระสุนถางเข้าใกล้ศีรษะ บริเวณกกหูข้างขวา ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลราชวิถี

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายชัยพร อายุ 45 ปี เป็นพนักงานควบคุมการปล่อยรถโดยสารของบริษัทแห่งหนึ่ง ขณะเกิดเหตุกำลังยืนพูดคุยกับคู่กรณี ที่เป็นพนักงานควบคุมการปล่อยรถโดยสารของอีกบริษัทหนึ่ง ก่อนทั้งคู่จะเริ่มมีปากเสียงกันในประเด็นการปล่อยรถออกจากท่ารถ

กระทั่ง นายชัยพร เกิดความใจร้อน ได้ชักอาวุธปืนที่พกมาออกมาขู่ ก่อนจะยิงลงที่พื้น 1 นัด แต่ทำให้กระสุนกระเด็นไปถูกผู้โดยสารที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว หลังเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่เข้ามาระงับเหตุ ก่อนที่จะใช้ช่วงจังหวะชุลมุนหลบหนีไป

ภาพจากกล้องวงจรปิดตรงจุดเกิดเหตุ เพจเฟซบุ๊กครอบครัวข่าว 3 ได้เผยแพร่ไว้ เผยให้เห็นนาทีที่ผู้โดยสารที่นั่งรอรถโดยสารมีท่าทางแตกตื่นตกใจ พากันวิ่งหลบหนีเมื่อได้ยิงเสียงปืน ก่อนที่จะพบเห็นเจ้าหน้าที่ใกล้เคียง เดินเข้ามาระงับเหตุกับ 2 ชายที่ยืนมีปากเสียงกัน

อย่างไรก็ตาม ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน เพื่อติดตามตัว นายชัยพร มาดำเนินคดี พร้อมกับเชิญคู่กรณีที่ผู้ก่อเหตุมีปากเสียงด้วยไปสอบปากที่ที่สถานีตำรวจด้วยเช่นกัน

ฆาตกร !! บีบคอลิเกสาวประเภทสองมีดแทงซ้ำ 6 แผลชิงทองหมกศพในห้องน้ำ

 

เมื่อช่วงเย็น วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 พ.ต.ต.ชาญชัย สงศิริ สว.สอบสวน สภ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านที่กำลังก่อสร้าง หมู่ 6 ต.ลาดงา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบด้วย พ.ต.อ.กิติศักดิ์ เกตุอร่าม ผกก. พ.ต.ท.สุกรี ผ่องโอภาส รองผกก.สส. สภ.เสนา แพทย์เวรโรงพยาบาลเสนา มูลนิธิร่วมร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างใต้ถุนสูง 2 ชั้น ภายในห้องน้ำ ใต้ถุนบ้านชั้นล่าง พบศพนายชญานนท์ อายุ 35 ปี เป็นสาวประเภทสอง อยู่บ้านหลังหนึ่ง ม.6 ต.ลาดงา องเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา นอนเสียชีวิตจมกองเลือดสวมใส่เสื้อยืดคอกลมสีชมพู กางเกงขาลั้นลายสก็อต จาการตรวจสอบตามร่างกายบริเวณลำคอถูกบีบ จนเขียวช้ำ บริเวณหน้าอกด้านซ้ายมีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีด จำนวน 6 แผล

จากการสอบถามนางบังอร อายุ 52 ปี น้าของผู้ตายเล่าว่า ผู้ตายมีอาชีพรับจ้างเล่นลิเกกับคณะ ส.สำรวมศิลป์ ซึ่งเป็นคณะลิเกสาวประเพศสอง มีอาชีพเสริมรับจ้างแต่งหน้า และชอบไปช่วยโรงเรียนในละแวกใกล้เคียงสอนนักเรียน ในเรื่องของการแสดง รำไทย ช่วยเหลือกิจกรรมต่างๆ โดยล่าสุดเพิ่งจะร่วม ในขบวนการเปิดงาน ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยา มรดกโลก ปกติผู้ตายเป็นคนนิสัยดี ไม่เคยมีปัญหากับใคร

จนเมื่อเวลา 12.00 น. เห็นผู้ตายนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ จับใจความได้ว่า “อยู่บ้าน มาได้ โอเค” หลังจากนั้นผู้ตายได้หายออกจากบ้านไปพร้อมกับสร้อยคอหนัก 1 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง สร้อยข้อมือ 2 สลึง แหวนอีก 1 วง เป็นเวลานาน ตนรู้สึกผิดสังเกตุ จึงได้โทรศัพท์หาผู้ตายแต่ไม่มีใครรับสาย จยย.ของผู้ตายก็จอดอยู่ที่หน้าบ้าน คิดว่าผู้ตายคงไม่ได้ไปไหนไกล จนมาพบอีกทีนอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ในห้องน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีพยานรายหนึ่งพบเห็นชายวัยรุ่นสวมใส่หมวกกันน็อคขับขี่รถจยย. มาจอดที่หน้าบ้านหลังเกิดเหตุ สักรยะหนึ่งขับขี่รถจยย.ออกไปด้วยความเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นคนที่โทรศัพท์มาหาผู้ตายแล้วออกไปพุดคุยกันเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ภายในห้องน้ำ

แล้วเกิดตกลงกันไม่ได้ จึงใช้กำลังทำร้ายร่างกาย ใช้อาวุธมีดกระหน่ำแทงจนเสียชีวิต ได้ส่งชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่เข้ามาถึงบริเวณบ้านที่เกิดเหตุ ส่วนโทรศัพท์ของผู้ตายพบว่ามีการล็อคหน้าจอการเข้าใช้โทรศัพท์ได้นำไปให้ผู้ชำนาญการปลอดล็อค

กลุ่มเพื่อนสาวประเภทสอง ให้ข้อมูลว่าผู้ตายเป็นคนขยันทำงานเก็บเงินจำนวนมากไว้ในธนาคารบางส่วนมาซื้อเครื่องประดับ ไม่เคยหรือทราบว่าผู้ตายติดต่อหรือคบหากับใครมาก่อน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามตัวคนร้ายที่ก็เหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด

ดูชัดๆ เปิด “อุโมงค์ลับ” ยาว 3 กิโลเมตร วัดพระธรรมกาย

วันนี้ (17 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ นำโดย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย และพระลูกวัดจำนวนหลายรูป เดินทางเข้าตรวจสอบอุโมงค์ที่อยู่ภายใต้ น้ำพุ อาคารภาวนา 60 ปี ในพื้นที่ 2,000 ไร่ ในวัดพระธรรมกาย

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า อุโมงค์แห่งนี้ คืออุโมงค์ลับ ที่มีทางเชื่อมต่อออกไปสู่นอกวัดได้ โดยก่อนเข้าสำรวจ พระลูกวัด วัดพระธรรมกาย ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า อุโมงค์ดังกล่าว มีไว้เพื่อเก็บปั๊มน้ำจำนวนกว่า 100 เครื่อง ที่จะใช้สูบน้ำและผลักดันน้ำไปใช้กับน้ำพุจำนวน 12 ชั้น ที่ตั้งอยู่ด้านบน ไม่ใช่อุโมงค์ที่ไว้เชื่อมต่อกับภายนอกวัดอย่างที่เป็นข่าว เนื่องจากอุโมงค์นี้มีเส้นทางเป็นตัวยู คือไปแล้วกลับ ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร

พระลูกวัด วัดพระธรรมกาย ยังระบุอีกว่า ปกติอุโมงค์แห่งนี้จะถูกปิดไว้ โดยจะเปิดก็ต่อเมื่อมีช่างซ่อมบำรุงเข้ามาซ่อมแซมอุโมงค์ หรือปั๊มน้ำ ส่วนพระสงฆ์ที่อยู่ภายในวัด หากไม่มีกิจจำเป็นก็จะไม่ได้เดินทางเข้ามา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบอุโมงค์ดังกล่าวใช้เวลาเดินจากประตูทางเข้าแล้ววกกลับมาขึ้นที่เดิมประมาณ 30 นาที เนื่องจากอุโมงค์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นตัวยู (U) กล่าวคือ ไม่สามารถเดินทะลุต่อกันได้ ต้องเดินกลับมาในทิศทางเดิม สำหรับอากาศภายในอุโมงค์ถ่ายเทดี โดยระหว่างทางเดินจะมีบ่อพักน้ำ และเครื่องสูบน้ำสำหรับทำน้ำตก 12 ชั้น ขณะที่บนเพดานของอุโมงค์จะมีท่อส่งน้ำขนาดใหญ่ โดยระหว่างทางเดินจะมีสวิตซ์ไฟติดตั้งอยู่เป็นระยะ

แม่สุดช็อก! ส.ต.ท.ลูกชายปาดคอตัวเอง ดิ้นตายต่อหน้าต่อตา

(17 ก.พ.) ร.ต.ท.เฉลิม จ้อยร่อย รองสารวัตร (สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร รับแจ้งเหตุมีชายใช้อาวุธมีดทำร้ายตัวเองเสียชีวิต ภายในบ้านพัก ชุมชนโสณมัยอร่ามดวง ซอยสาธุประดิษฐ์ 30 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาลงกรณ์ และอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ปลูกด้วยไม้ทั้งหลัง จากตรวจสอบภายในห้องนอนบนชั้น 2 พบศพ ส.ต.ท.ยสวัตร์ อายุ 26 ปี ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 3 กก.ควบคุมฝูงชน 1 บก.อคฝ. นอนหงายจมกองเลือด มีบาดแผลฉกรรจ์ที่คอ ที่ซ้ายมือพบมีดทำครัวขนาด 5 นิ้ว มีรอยเลือดติดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามนางปาริชาติ มารดาผู้ตาย กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาลูกชายเพิ่งกลับมาบ้านหลังจากออกจากเวรปฎิบัติหน้าที่ กินข้างแล้วขึ้นไปนอนพัก ต่อมาช่วงบ่ายตนได้นั่งพักอยู่ชั้นล่างของบ้านจู่ๆ ได้ยินเสียงดังโครมครามดังออกมาจากห้องลูกชาย จึงรีบวิ่งขึ้นไปดู เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปก็เห็นภาพลูกชายนอนดิ้นจมกองเลือด ตนจึงคว้าผ้าที่อยู่ในห้องพยายามห้ามเลือดแล้วตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ก่อนที่ลูกชายจะแน่นิ่งไปต่อหน้าต่อตา

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า พส.ต.ท.ยสวัตร์ ได้ใช้อาวุธมีดฆ่าตัวตายเอ คาดว่าผู้ตายอาจมีความเครียดส่วนตัวทั้งจากหน้าที่การงาน หรือเรื่องชู้สาวที่เลิกรากับแฟนไป ซึ่งจะได้เรียกญาติและเพื่อนร่วมงานมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งนิติเวช รพ.จุฬาลงกรณ์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนให้ญาติรับศพประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

อดีตคนธรรมกาย แฉ! อาณาจักรธัมมชโย มีเป็นพันห้องร้อยอาคารไล่ไม่จนมุม

วันนี้ (17 ก.พ.60) เวลา 12.15 น.นายเสถียร วิริยะพรรณพงศา ผู้ดำเนินรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ทางสถานีโทรทัศน์ PPTVHD 36 ลงพื้นที่วัดพระธรรมกายบริเวณประตู 6 เพื่อสัมภาษณ์ นายชาติชาย บำรุงสุนทร อดีตวิศวกรที่อยู่ในวัดพระธรรมกายมากว่า 30 ปี ประเด็น “ธัมมชโย” หายไปไหน? ยังอยู่ในวัดหรือไม่

นายชาติชาย กล่าวว่า ในวัดพระธรรมกายมีอาคารเล็กและอาคารใหญ่นับได้รวม 100 อาคาร ส่วนห้องต่างๆ มีหลายพันห้อง ซึ่งการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตนตั้งข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่อาจมีเหตุผลของเขา คือ ถ้าตรวจแบบนับสต๊อกหรือโกดัก ต้องตรวจทั้งหมดทีเดียวเวลาเดียวเพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายสินค้า แต่เมื่อวานเป็นการตรวจทีละส่วน ซึ่งพระธัมมชโยอาจไปอยู่ส่วนอื่นที่ยังไม่ตรวจ และพรุ่งนี้ไปตรวจอีกที่ พระธัมมชโยอาจย้ายมาอยู่ในส่วนที่ตรวจแล้ว ส่วนจะใช้กำลังเท่าไหร่ในการตรวจค้นแบบครั้งเดียวทีเดียวเวลาเดียวต้องไปถามเจ้าหน้าที่

นายชาติชาย กล่าวต่อว่า พื้นที่ของวัดพระธรรมกายมีนอกเขต 196 ไร่ และ 2,000 ไร่ ซึ่งซื้อทำสถานที่อบรมปฏิบัติธรรม อาจอยู่นอกสายตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นพื้นที่ซึ่งไม่นับรวมต่างประเทศ และไม่นับรวม 100 สาขาของวัดพระธรรมกายในประเทศ ซึ่งส่วนตัวคิดว่าหลวงพ่อเคลื่อนย้ายได้

นายชาติชาย กล่าวต่อว่า คุณคิดว่าที่นี่เขายึดถือศีลข้อ มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (เว้นจากการพูดไม่จริง) เป็นหลักหรือเปล่า ผมถามว่าท่านธัมมชโยที่พูดว่าไปพบ สตีฟ จอบส์ หลังความตาย มุสาหรือความสัตย์ หลวงพ่ออาจจะมีคุณวิเศษที่ไปรู้ชีวิตหลังความตายของสตีฟ จอบส์ ก็ได้ และท่านไปเหยียบขอบแดนอายตนะนิพพานมาแล้ว แต่ห่วงลูกๆ จึงยังเข้านิพานไม่ได้ เลยยั้งขาไว้จะพาลูกๆ เข้านิพานให้หมด รวมทั้ง มด ปลวก แมลง กิ้งกือ ไส้เดือน และหลวงพ่อมีคุณธรรมสูง จะเข้านิพานเป็นคนสุดท้าย

ส่วนคำถามที่ว่าเชื่อว่าหลวงพ่อป่วยหรือไม่และคิดว่าจะพบตัวหลวงพ่อธัมมชโยหรือไม่ นายชาติชาย กล่าวว่า คิดว่าหลวงพ่อป่วย แต่ไม่ถึงกับปฏิบัติตามกฎหมายไม่ได้ และในความเห็นของผมคือไม่เจอตัวหลวงพ่อธัมมชโย เหตุที่ไม่เจอเขาจะอธิบายกับลูกศิษย์ว่าหลวงพ่อมีคุณธรรมสูง ถ้าพวกนี้มาจับหลวงพ่อไปเข้าคุกเข้าตารางขึ้นศาลจะบาปหนัก หลวงพ่อมีเมตตาธรรมกับเจ้าหน้าที่ หลวงพ่อจึงใช้อภินิหารทำให้มองไม่เห็น

พ่อหวงลูกสาว 15 อยู่กับเพื่อนชาย คว้าปืนยิงเด็กหญิงไส้ทะลัก

(15 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชัยภูมิ เดินทางไปยังบ้านบ้านเลขที่68 หมู่ที่3 ซับเจริญ ตำบลวังชมพู อำเภอหนองบัวแดง เพื่อไปพบกับ นางสาวนุ่น อายุ 15 ปี ตามที่ชาวบ้านได้แจ้งทางโทรศัพท์ว่า พบเด็กหญิงนุ่นอาศัยอยู่กับย่า และลุงพิการ ภายในบ้านเก่าๆ กลางป่า ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ซ้ำร้ายไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้หลังจากที่เดินทางกลับจากโรงพยาบาลชัยภูมิ เนื่องจากบาดแผลภายในบริเวณหน้าท้องยังไม่สมาน

โดยเด็กหญิงนุ่น กล่าวว่า นายเนตร อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นพ่อบังเกิดเกล้า ใช้อาวุธปืนแก๊บตามไล่ยิงขณะนั่งเล่นอยู่ภายในบ้านเพื่อนสนิท หมู่บ้านเดียวกัน จากนั้นได้หลบหนีไปพร้อมกับอาวุธปืนที่ก่อเหตุ นายอนุชิต เพื่อนชาย ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภต.โนนเหม่า เข้าทำการช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล จากนั้นได้ติดตามตัวนายเนตร ผู้ก่อเหตุมาควบคุมไว้ที่ สภต.โนนเหม่า

นางสาวนุ่น เล่าว่า นายเนตร คือพ่อแท้ๆของตน ซึ่งได้แยกทางกันกับแม่ ตั้งแต่ตนอายุได้ 8 ขวบ ตนก็อยู่กับพ่อโดยลำพังมาโดตลอด โดยหลับนอนภายในบ้านเก่าๆ หลังเดียวกัน จนจบชั้น ป.6 พ่อไม่ให้เรียนต่อ ทุกครั้งที่ตนคบเพื่อนชายพ่อจะมีอาการหวงอย่างผิดปกติทุกครั้ง และล่าสุดตนได้คบหากับ นายอนุชิต ซึ่งพ่อได้ขัดขวางเรื่อยมา จนในวันที่ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา ตนได้ไปนั่งเล่นที่บ้านของนายอนุชิต และกำลังเดินมาเข้าห้องน้ำ ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด และตนก็ล้มฟุบลง รู้สึกเจ็บซาไปทั่วร่างกาย มาทราบที่หลังว่าผู้ก่อเหตุคือพ่อของตนเอง

อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความผูกพันระหว่างเธอกับพ่อ น้องนุ่นมีสีหน้าแววตาเปลี่ยนไปและตอบคำถามอย่างสับสน พร้อมกับหลบสายตา และที่สำคัญเธอจะยุติการตอบคำถามทันทีเมื่อเอ่ยถึงพ่อ เพียงตอบสั้นว่า ไม่โกรธพ่อ อยากไปเยี่ยมพ่อบ้าง

หลังจากที่ผู้สื่อข่าวได้ขอให้เธอเปิดบริเวณบาดแผลให้ดู ผู้สื่อข่าวถึงกับผงะเมื่อพบว่า บริเวณหน้าท้องมีร่องรอยของการผ่าตัดเป็นทางยาว และบริเวณด้านข้างซ้ายลำตัวถูกเจาะเพื่อเป็นช่องทางในการขับถ่ายของเสีย โดยเธอเล่าว่า หมอแจ้งว่าจะต้องขับถ่ายด้านข้างตลอดชีวิต

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบด้วยสายตาพบว่าบ้านพักอาศัยเป็นบ้านหลังเดียวที่ตั้งอยู่ห่างจากชุมชน เป็นบ้านที่เป็นห้องโล่งโดยเวลานอนจะนอนรวมกันทั้งหมด ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปาและเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ

สุดยอดตำรวจอาสา สร้างป้อมเองไม่ของบ ปลูกผักกิน-แจกชาวบ้าน

ตำรวจอาสาชุมชนอรุโณทัยพัทยา หาเงินสร้างที่ทำการเองโดยไม่พึ่งงบประมาณหลวง แถมยังปลูกผักนานาชนิดไว้เป็นแหล่งอาหารของทีมงาน ส่วนชาวบ้านที่ยากไร้ก็สามารถมาขอเก็บไปกินได้ฟรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีกลุ่มตำรวจอาสา สภ.เมืองพัทยา สังกัดชุมชนอรุโณทัย เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้ทำการเช่าที่ดินของเอกชนและก่อสร้างอาคารที่ทำการด้วยเงินงบและน้ำพักน้ำแรงของตัวเองโดยไม่พึ่งพางบประมาณของทางราชการ และยังช่วยกันปลูกพืชผักสวนครัวไว้บริโภคภายในหน่วยงานตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

โดยสถานที่ดังกล่าวเป็นที่ดินว่างเปล่าราวๆ 2 งานเศษ บริเวณด้านหน้าได้มีการก่อสร้างอาคารชั้นเดียวขนาดย่อมๆ ซึ่งใช้เป็นอาคารที่ทำการชมรมอาสาสมัครตำรวจชุมชน สภ.เมืองพัทยา ชุมชนอรุโณทัย ด้านในเป็นศาลาเอนกประสงค์และห้องน้ำที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ส่วนด้านหลังเป็นสถานที่เพาะปลูกพืชผักสวนครัว อาทิ ผักผุ้ง มะนาว พริก มะเขือ มะละกอ ฯลฯ ที่กำลังออกดอกออกผลงามสะพรั่ง

นายวานร แก้ววิเศษ อายุ 49 ปี ที่ปรึกษาประธานชมรมอาสาสมัครตำรวจชุมชนอรุโณทัย สถานที่แห่งนี้เป็นที่ดินว่างเปล่าที่ตนใช้เงินส่วนตัวเช่าจากเอกชนมาในราคาปีละ 40,000 บาท เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจส่วนตัว ต่อมาจึงเกิดมีแนวคิดในการจัดสร้างอาคารที่ทำการของอาสาสมัครตำรวจชุมชนอรุณโณทัย เพื่อใช้เป็นสถานที่รับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายของคนในชุมชนและพบปะกับกำลังพลที่มีอยู่จำนวน 30 นาย

ซึ่งเบื้องต้นนายดำเนินพิศุทร์ ทองวงญาติ ประธานชมรมอาสาสมัครตำรวจชุมชนอรุโณทัย และเพื่อนพ้องน้องพี่ได้ช่วยกันออกเงินงบประมาณในการก่อสร้างอาคารราว 70,000 บาท โดยไม่ได้อาศัยเงินของทางราชการแม้แต่บาทเดียว แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่ ณ ตอนนี้คืออุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ภายในอาคาร หากท่านใดมีจิตศรัทธาก็สามารถบริจาคได้ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ ตู้เย็น แอร์ หรืออื่นๆ เพื่อให้อาสามัครในชมรมได้ใช้ร่วมกัน

ในส่วนของพืชผักสวนครัวตนและเพื่อนๆ อาสาฯ เป็นคนปลูกขึ้นมาเอง เพื่อใช้เป็นห้องครัวธรรมชาติให้กับอาสาสมัครในชมรม แต่ถ้าชาวบ้านยากไร้ในละแวกใกล้เคียงอยากจะเก็บไปกินหรือประกอบอาหาร ก็สามารถมาขอและเก็บไปกินได้ ส่วนใครที่อยากจะศึกษาวิธีการปลูกตนก็พร้อมที่จะถ่ายทอดวิชาให้แบบไม่หวง เพราะสิ่งที่ทำตนได้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต

ไก่ มีสุข เผยชีวิตคู่สุดซึ้ง ที่เกิดขึ้นอย่างเร็วจนมี “น้องนามรูป”

อีกหนึ่งครอบครัวที่ดูน่ารักอบอุ่นมากๆ สำหรับพิธีกรมากความสามารถ ไก่ มีสุข กับสามีนอกวงการ ที่พบรักเพราะธรรมมะนำพา จนตอนนี้มีลูกสาวน่ารัก “น้องนามรูป” ที่มาเป็นโซ่ทองคล้องใจพ่อแม่ ซึ่งล่าสุดไก่ ได้โพสต์ข้อความลงอินสตาแกรมบอกเล่าถึงเรื่องราวการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่ถึงจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็อบอุ่นจนถึงทุกวันนี้ และแบบทดสอบความรักครั้งล่าสุด ที่ไก่และสามีตัดสินใจไปอยู่ที่บ้านไร่ต่างจังหวัด เพราะทุกอย่างทำเพื่อลูก จนชาวเน็ตที่ได้อ่านหลายคนบอกว่าอ่านแล้วน้ำตาไหล

“#4yearweddinganniversary เราเจอกัน2เดือนก็ขอแต่งงานกัน–
อีก2เดือนแต่งงานกัน–
แต่งงานอีก 4 เดือนตั้งท้อง–
ชีวิตคู่ของเราเริ่มต้นอย่างเร็ว มีลูกเร็ว … จากนั้น— ชีวิตเรา2 คนก็adventure มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็วเช่นกัน… เรา2 คนเผชิญ พายุของความรัก วัดความอดทนกันสุดๆ … การช่วยการเลี้ยงลูก เป็นการวัดความรักของผู้ชายคนหนึ่งได้ดี— ขอบคุณพ่อ ที่พิสูจน์ให้แม่เห็นแล้วว่า คำว่า”ความรัก” ไม่ได้มีแค่ ร.เรือ ไม้หันอากาศ และ กอ.ไก่— ขอบคุณคะ “การเดินทางของเรา2 คนคือการเรียนรู้” ยังไม่จบแค่นี้… เมื่อใกล้ปลายปี 59 ลูก2ขวบกว่าๆ การตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตได้ทดสอบเราอีกครั้ง ว่าเราพร้อมจะออกจาก safe zone ของเรา2 คนได้ไหม? ย้ำว่า ออก ทั้ง2 คน… ต่างคนต่างประสบความสำเร็จในที่ที่ตัวเองยืน … เมื่อลูกคือ main หลักของชีวิต เราจึงต้องทดสอบความรักกันอีกครั้ง

เรา2คนตัดสินใจเลือกใช้ชีวิตกับความฝัน ในอาณาจักรของตัวเองเล็กๆ ในชื่อ MEESUK LAND ที่กำลังค่อยๆก่อร่างสร้างตัวขึ้นมา ซึ่งไม่รู้ว่าสุดท้ายในคลื่นทะเลชีวิตนี้เราจะอยู่หรือเราจะไป … แต่ที่แน่ๆ แม่มีความสุขแล้ว มีความสุขที่ได้ตัดสินใจทำอีกหนึ่งสิ่งที่รักและฝันมานาน อยากกลับบ้านไปดูแลพ่อ-แม่ที่แก่เฒ่าลงทุกวัน อยากมีบ้านเล็กๆในป่า มีชากาแฟดีๆ ขนมอร่อยๆ กับผักปลอดสารที่ปลูกเองกินเอง และแบ่งปันให้ผู้มาเยือน เราจะมีสุขภาพจิตสุขภาพกายดีๆ เพื่ออยู่เลี้ยงลูกไปอีกนานๆ– แค่วินาทีที่พ่อตัดสินใจลงเรือความฝันลำนี้ แม่ก็มีความสุขแล้ว–ขอบคุณนะคะที่พ่อ ยอม ยอม ยอม และ อดทน อดทน อดทน .. ที่จะร่วมสร้างฝันเล็กๆกับแม่ โดยมี ลูก คุณตา คุณยาย เป็นเป้าหมายใหญ่ในฝันเล็กๆนั่นเหมือนกัน—วันครบรอบแต่งงานปีที่4นี้ แม่ไม่มีอะไรให้มากมาย ..”นอกจากบันทึกเล็กๆนี้ ที่จะบันทึกบอกพ่อว่า แม่อาจจะมีอะไรที่ผิดพลาดบ้างในการใช้ชีวิต แต่พ่อคือการตัดสินใจของแม่ที่ไม่ผิดเลย (ในวันนี้)ให้พ่อรู้และมั่นใจว่า แม่คิดไม่ผิดเลย ที่ได้เลือกพ่อ “เป็นพ่อของลูก”และจะคอยเตือนสติแม่ ในวันที่คลื่นความรักของเรามันมากระทบกัน — แม่จะต้องอดทน ให้ได้ อย่างที่พ่อให้กับแม่มาตลอด4ปี “— รักพ่อนะคะ @kim_pongsakon”

กองสลากเตือนระวังลอตเตอรี่ปลอม

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เตือนประชาชนตรวจสอบสลากฯก่อนซื้อ หลังมีการจับกุมผู้ผลิตสลากปลอมได้ที่จังหวัดนครปฐม

วันนี้ (15 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีการจับกุมผู้ที่นำสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอมมาจำหน่าย ที่อำเภอนครไชยศรี จังหวัดนครปฐม พลตรีฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการตรวจพบว่ามีการนำสลากปลอมมาตั้งขายทั้งแผง จากเดิมพบมีการนำสลากปลอมมาขึ้นรางวัลเท่านั้น

โดยจากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การซักทอดว่าได้ซื้อต่อมาจากผู้ผลิตรายใหญ่อีกทอดหนึ่งในราคาฉบับละ 74 บาท แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อว่ารับซื้อต่อมาหรือไม่ จึงกำลังเร่งติดตามสอบสวนหาข้อเท็จจริงและขยายผลต่อไป

ทั้งนี้ เบื้องต้นทางสำนักงานสลากฯ คาดว่าผู้ผลิตสลากปลอมใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ตัดต่อออกมาผ่านเครื่องปริ้นปกติ และใช้หมึกสีส้มแต้มตัวเลขบนสลากให้มีลักษณะเหมือนจริงยิ่งขึ้น ซึ่งกรณีนี้ถือว่าเป็นการปลอมสลากทั้งฉบับด้วยการพิมพ์ขึ้นใหม่จำนวน 693 คู่ และยังจัดทำเป็นสลากชุด 7 ฉบับคู่ เลขเหมือนกันใส่ซองพลาสติก โดยขายได้ 2 วัน มีผู้มาซื้อไปจำนวน 6 ชุด

อย่างไรก็ตามผู้ที่ซื้อไปแล้วหากพบว่าเป็นสลากปลอมขอให้รีบมาแจ้งความ เพราะหากถูกรางวัลและนำสลากมาขึ้นรางวัลจะไม่ได้รับรางวัล แต่จะมีความผิดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับเจตนา

ส่วนข้อสังเกตสลากของจริง สำนักงานสลากฯ บอกว่า เบื้องต้นต้องนำสลากส่องกับแสงแล้วเห็นลายน้ำนกวายุภักดิ์ แต่สลากปลอมจะไม่มีลายน้ำ ส่วนหมึกที่ใช้พิมพ์สลากจริงเมื่อนำน้ำมาแตะ หมึกจะไม่ละลายน้ำ หรือหากนำมาส่องในเครื่องฉายแสงแบล็กไลท์จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน

นอกจากนี้เลขบาร์โค้ดจะไม่ซ้ำกัน ส่วนผู้ที่บกพร่องทางสายตาถ้าสัมผัสจะพบว่าเนื้อกระดาษสลากจริงจะบางและขาดได้ยากกว่า และเมื่อโดนน้ำจะไม่ยุ้ยเหมือนสลากปลอม ส่วนการซื้อสลากที่ห่อซองพลาสติก ผู้ซื้อควรแกะออกมาพิสูจน์ดูก่อนว่าเป็นสลากจริงหรือไม่

สั่งออกราชการ! ครูสุดหื่นลวนลามเด็ก พบเหยื่อเพิ่ม 24 ราย

ความคืบหน้าคดีครูกระทำอนาจารเด็กนักเรียนหญิงชั้น ป.6 ผู้อำนวยการโรงเรียนเผยจากการสอบถามผู้ปกครองพบว่าเด็กถูกกระทำอนาจารเพิ่มอีกร่วม 24 คน และไม่เปิดเผยอีกนับไม่ถ้วน ล่าสุดได้ทำหนังสือไล่ออกส่งต้นสังกัดอนุมัติแล้ว พร้อมทำเรื่องถอดถอนใบประกอบวิชาชีพ ด้านคดีอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเตรียมส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีต่อไป

(14 ก.พ.) ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลบ้านกล้วย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ต้องขออภัยเนื่องจากติดลากิจ เนื่องจากลูกสาวป่วย ได้มาทราบเหตุการณ์จากรองผู้อำนวยการ ได้บอกว่ามีผู้ปกครองมาร้องเรียนว่า ครูอนุพันธ์ ได้ทำอนาจารกับเด็ก ซึ่งรู้สึกตกใจมาก แต่เบื้องต้นได้สั่งการทำเรื่องแจ้งกับหน่วยงานต้นสังกัด สั่งพักราชการครูคนนี้ก่อน

จากนั้นให้ดำเนินการสอบสวนเด็กที่ได้รับผลกระทบ หรือความเสียหายในครั้งนี้ จากนั้นได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในระดับของโรงเรียน แต่การตั้งกรรมการสอบวินัยเป็นเรื่องของเทศบาลเมืองชัยนาท เนื่องจากโรงเรียนเป็นนิติบุคคล ขณะนี้นายกเทศมนตรีเมืองชัยนาทได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง แล้ว 1 ชุด

ซึ่งในวันนี้ได้ทำการสอบข้อเท็จจริงกับนักเรียนและผู้ปกครองบางส่วนไปแล้ว ขอให้คำมั่นสัญญาและยืนยันว่าทางโรงเรียนจะให้ความเป็นธรรมกับลูกๆของเราและผู้ปกครอง และจะดำเนินการทางวินัยอย่างถึงที่สุด ไม่ยอมให้เขาสามารถไปปฏิบัติหน้าที่ที่โรงเรียนอื่นได้ ขอให้ทุกท่านมั่นใจได้เลยว่าทางโรงเรียน และเทศบาลเมืองชัยนาทจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน

ผู้อำนวยการฯ ยืนยันว่า จะไม่ปกป้องคนผิดอย่างแน่นอน วันนี้ได้พบพูดคุยกับผู้ปกครอง ยังเป็นที่ตกใจ ได้มารูว่าเด็กถูกกระทำอนาจารเพิ่มอีก กรณีที่มีครูในโรงเรียนส่งข้อความถึงเด็กๆ ไม่ให้แจ้งความ หากมีผู้ปกครองมาร้องทุกข์ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เวลานี้ทางโรงเรียนได้เยียวยาทางเด็กและผู้ปกครองด้วยการขอโทษและเสียใจ และจะเชิญผู้ปกครองมาประชุมอีกครั้ง อยากจะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน

จากกรณีที่ผู้ปกครองบางรายยังผวากับเหตุการณ์ ไม่ยอมให้นักเรียนมาเรียนหนังสือ ขอให้เชื่อใจว่าครูที่นี่ เขารักลูก รักนักเรียนทุกคน แต่ไม่คาดคิดว่าใน 30 ปีที่ปฏิบัติหน้าที่ที่นี่ เหตุการณ์แบบนี้จะปรากฏขึ้น แต่เมื่อปรากฏแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เด็กๆ ของเราได้รับผลกระทบ ต้องเข้าใจความรู้สึกของผู้ปกครอง ต่อไปนี้ลูกนักเรียนปลอดภัยแน่นอน เพราะเขาไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนนี้ได้อีกเลย หรือแม้กระทั้งโรงเรียนอื่น

ผู้อำนวยการฯ กล่าวว่า “ทางโรงเรียนจะทำเรื่องถอดถอนใบประกอบวิชาชีพ และขอให้เชื่อมั่นว่าความดีที่โรงเรียน คณะครูสะสมมา บุคคลคนจะมาทำลายสถาบัน แล้วทำให้สถาบันต้องเสื่อมถอย คงไม่ใช่ มันเป็นเรื่องของบุคคล สถาบันอย่าเอาเข้ามาเกี่ยวเราช่วยกันสร้างชื่อเสียงของโรงเรียนมาตลอด ขอวอนสื่อมวลชนให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ทางโรงเรียนด้วยว่าโรงเรียนเสียใจ และขอฝากไปถึงครูที่ก่อเหตุว่า ถ้าคุณยังอยู่และคุณดูฉันอยู่ คุณอยากจะพูดอะไรกับสื่อมวลชนคุณช่วยตอบมาคุณควรจะยอมรับผิด ไม่ควรสู้คดี คุณต้องยอมรับผิดอย่างเดียวค่ะ”

พ.ต.อ.ชัชพิมุข มีมุข ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า หลังจากพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความร้องทุกข์แล้วในบ่ายวันเดียวกัน ได้ทำเรื่องขออนุมัติหมายจับถึงศาลจังหวัดชัยนาท หลังจากออกหมายจับแล้ว ต่อมาวันอาทิตย์ช่วงเช้า ผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน

โดยพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี มีโทษจำคุกตั้งแต่ 7-20 ปี แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และในวันเดียวกันพนักงานสอบสวนได้ควบคุมผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลจังหวัดชัยนาท และศาลอนุญาตฝากขัง 12 วัน แต่เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะประกันตัวออกไป

หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน โดยสอบปากคำผู้ปกครองและเด็ก ซึ่งในส่วนของเด็กต้องทำการสอบสวนโดยสหวิชาชีพ เบื้องต้นได้ทยอยสอบไปบางส่วนแล้ว คาดว่าไม่เกิน 15 วัน จะสามารถรวบรวมข้อมูลการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด